“ไม่ทราบว่าเจ้าสำนักหานคิดจะแก้ปัญหาเรื่องเมืองไท่กู่ยังไง?”ฉินเฉาต้องการฟังความคิดเห็นของหานหยู่เจ๋อก่อน“สำหรับเมืองไท่กู่ ข้าคิดที่จะยกมันให้กับประมุขฉิน”หานหยู่เจ๋อยังคงเรียกแทนตัวเองว่า ‘ข้า’ อย่างเป็นกันเองเรื่องนี้ทำให้เหล่าผู้อาวุโสรู้สึกตกใจมากเรียกแทนตัวเองแบบนั้น แปลว่ามีฐานะเท่าเทียมกันงั้นเหรอ?เจ้าสำนักของพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนนอกตั้งแต่เมื่อไหร่?ต้องรู้เสียก่อนว่า ท่าทีของเขาที่มีต่อคนอื่น ๆ ในสำนักนั้นดูไม่ห่างไกลแต่ก็ไม่ใกล้ชิด ไม่อบอุ่นแต่ก็ไม่เร่าร้อนแต่ตอนนี้เขากำลังพูดกับคนนอกอย่างเสมอภาคกันช่างน่าเหลือเชื่อจริง ๆ“แต่เดิมเมืองไท่กู่เคยเป็นของจ้าวเหวินเยว่ แต่ตอนนี้จ้าวเหวินเยว่ได้ส่งต่อมันให้กับประมุขฉิน สำนักไท่ยีของพวกเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้แต่ถึงอย่างนั้น เมืองไท่กู่ก็มีความสำคัญต่อสำนักไท่ยีของพวกเราเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นข้าจึงหวังว่าประมุขฉินจะสามารถช่วยเหลือพวกเราในบางเรื่องได้”“เชิญเจ้าสำนักหานกล่าวออกมาเถอะ”ฉินเฉาอยากฟังว่าหานหยู่เจ๋อกำลังหมายถึงอะไร“ข้าหวังว่าพวกเราจะสามารถร่วมมือกันได้อย่างสมานฉันท์ และมอบผลประโยชน์ให้แก่กันได้ เรื่องนี้เป็นยังไง?”หานหยู่เจ๋อเอ่ยถามขึ้นมา“นั่นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย”ฉินเฉาผงกหัว “เจ้าเมืองซูของพวกเราได้กำหนดแผนการนี้เอาไว้แล้ว”เขากล่าว พลางหยิบเอกสารที่ซูเฟยมอบให้เขาออกมาเปิดดู แล้วกล่าวว่า “นี่คือเอกสารทั้งสองฉบ