ั้นที่เขามองแล้วรู้สึกเจริญหูเจริญตาคนหนึ่งคือหานหยู่เจ๋อ ส่วนอีกคนหนึ่งคือเซียวพ่านส่วนคนอื่น ๆ มีแต่คนโง่กันหมดหานหยู่เจ๋อพาฉินเฉาออกไปจากวิหารส่องสวรรค์ และเดินไปยังที่พักที่เขาได้จัดเตรียมเอาไว้ให้“ประมุขฉิน เมื่อสักครู่นี้ศิษย์พี่ศิษย์น้องของข้าได้พูดจาไม่สุภาพกับเจ้า ทำให้เจ้าต้องขุ่นเคืองใจซะแล้ว ในบางครั้ง ถึงแม้ว่าข้าจะเป็นเจ้าสำนัก แต่ข้าก็ไม่อาจห้ามปรามพวกเขาได้เลย”“ฉันเข้าใจ”ฉินเฉาผงกหัว “ฉันก็ไม่ได้สนใจพวกเขามาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว คนพวกนั้นทำตัวสูงส่งมานานเกินไป ก็ต้องตกรางไปจากโลกนี้กันบ้าง”“ตกรางคืออะไร?”“มันก็คือไม่ทันกับจังหวะของโลกใบนี้ไง”ฉินเฉาจำเป็นที่จะต้องอธิบาย“แล้วจังหวะมันคืออะไรล่ะ?”ฉินเฉารู้สึกปวดหัวขึ้นมา หมอนี่ก็เป็นคนที่ตกรางเหมือนกัน“เอาล่ะ ดูเหมือนว่าข้าจะไม่เข้าใจเรื่องในยุคสมัยใหม่จริง ๆ”หานหยู่เจ๋อรู้ตัวดีกว่าเขากำลังทำเรื่องขายหน้า เขาจึงจำใจกล่าวออกมาว่า “แต่เรื่องนี้ไม่ทำให้มิตรภาพของพวกเราต้องล่าช้าลงหรอกด้านหน้าคือห้องพักที่ข้าจัดเตรียมเอาไว้ให้เจ้า พวกเราไปพักผ่อนกันก่อน แล้วหลังจากนั้น……”“ท่านเจ้าสำนัก! ท่านเจ้าสำนักครับ แย่แล้ว!”ทันใดนั้นเอง ศิษย์ของสำนักไท่ยีคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาด้วยท่าทีตื่นตระหนก