ตอนนี้ฉันยังคิดไม่ออก ถ้าหากฉันคิดออกเมื่อไหร่ ฉันจะมาบอกนายอีกครั้ง วิชากระบี่ลับนี้ นายลองเอาไปวิเคราะห์ดูก่อน ไม่แน่ว่าอาจจะสามารถทำความเข้าใจกับมันได้”“ขอบใจ ขอบใจจริง ๆ”หานหยู่เจ๋อรับวิชากระบี่ลับมาจากฉินเฉาราวกับได้รับของมีค่าเขาดูดีใจเป็นอย่างมาก“คราวนี้สำนักไท่ยีก็จะสามารถก้าวหน้าไปอีกขั้นได้แล้ว หากฝึกฝนสำเร็จ พวกเราก็จะไม่ใช่ฐานของแปดสำนักบรรพกาลอีกต่อไป!”“ฉันใจดีขนาดนี้แล้ว”ฉินเฉาตบบ่าของหานหยู่เจ๋อ “ตอนที่พูดถึงเรื่องเมืองไท่กู่กัน นายก็ต้องมอบผลประโยชน์ให้ฉันเยอะ ๆ ล่ะ”“ไม่ต้องห่วง ต่อจากนี้ไปพวกเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน”หานหยู่เจ๋อกล่าวออกมาในทันที “เรื่องของประมุขฉินก็คือเรื่องของหานหยู่เจ๋อ ส่วนเรื่องเมืองไท่กู่ วางใจเถอะ ข้าจะต้องช่วยเจ้าพูดอย่างแน่นอน”หานหยู่เจ๋อ เจ้าสำนักของสำนักไท่ยีคนนี้ ถูกฉินเฉาติดสินบนด้วยวิชากระบี่ลับไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่สักพัก ในที่สุดก็มาถึงวิหารส่องสวรรค์พวกเขาค่อย ๆ เหาะเหินลงมา ก่อนที่จะเดินเข้าสู่ห้องโถงขนาดใหญ่ ซึ่งมีผู้อาวุโสมากมายของสำนักไท่ยีกำลังนั่งอยู่ด้านใน“คารวะท่านเจ้าสำนัก”ทุกคนคำนับหานหยู่เจ๋ออย่างพร้อมเพรียงกัน“ไม่ต้องมากพิธีกันหรอก นี่คือประมุขของนิกายหลัวซา ฉินเฉา”หานหยู่เจ๋อโบกมือ แล้วดึงแขนของฉินเฉาเข้ามากล่าวว่า “และเขาก็ยังเป็นเพื่อนของข้า หานหยู่เจ๋อผู้นี้ด้วย”“หา!”“ว่าไงนะ?”“พะ เพื่อนเหรอ?”