จากเมืองเจียงเฉิงมายังเมืองจิน การกระทำเล็กน้อยเช่นนี้ ก็ทำให้พวกเขารู้สึกอบอุ่นหัวใจแล้ว
แม้จะไม่มีใครพูดออกมาอย่างชัดเจน แต่การที่ว่าที่ลูกสะใภ้ทำเพื่อลูกชายของพวกเขาได้ขนาดนี้ ทำให้ทั้งสองคนรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก
“โธ่ ไป๋ปิง หนูช่างเอาใจใส่จริง ๆ ไม่เหมือนเจ้าเสี่ยวอวี่เลย”
“ถ้าเขามีความใส่ใจเหมือนหนูได้สักนิดก็คงดี!”
อวี๋ฟางพูดไปก็อดบ่นอุบอิบถึงลูกชายไม่ได้
ไป๋ปิงที่รู้ว่าตอนนี้หานชิงอวี่กำลังทำอะไรอยู่ จึงยิ้มบาง ๆ ตอบโต้อวี๋ฟางด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเล็กน้อย
“คุณป้า อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ”
“หานชิงอวี่มีเรื่องที่ต้องจัดการนี่คะ แล้วอีกอย่าง ถ้าเขาไม่มาเรียนที่นี่ เขาก็คงไม่เข้ามาจัดการเรื่องของหาน เทคโนโลยีได้รวดเร็วขนาดนี้”
“ดู ๆ ไปเขาก็เป็นเหมือนดาวนำโชคของหาน เทคโนโลยีเลยนะคะ”
คำพูดเหล่านี้ ไป๋ปิงไม่มีทางพูดออกมาต่อหน้าหานชิงอวี่เป็นอันขาด
นั่นก็เพราะเธอยังรู้สึกไม่คุ้นชินกับสถานะของตัวเอง เวลาที่ได้เจอกับ หานชิงอวี่บ้างเป็นครั้งคราว
ประกอบกับนิสัยที่ค่อนข้างหยิ่งในตัวเอง จึงมักจะพูดจาแขวะอีกฝ่ายเสียมากกว่า
การออกมาชมเชยหานชิงอวี่ต่อหน้าแบบนี้ เธอจึงทำไม่ได้จริง ๆ
แต่หลังจากที่หานเหวินซานและอวี๋ฟางได้ฟังคำพูดของไป๋ปิงแล้ว พวกเขาต่างมองหน้ากันอย่างเข้าใจ ก่อนจะยิ้มให้กัน
ยัยหนูคนนี้ เรียนรู้ที่จะปกป้องอาหารของตัวเองแล้วเหรอ!
หลังจากนั้นพวกเขาก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่