ทุกคนในสำนักไท่ยีจะสนับสนุนเจ้า”“ข้าเชื่อใจเจ้าได้งั้นเหรอ?”เจียงเฉินมองชายตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชาเขากำลังรู้สึกตื่นเต้นแต่เขาก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะยอมรับเงื่อนไขของทุกคนเขาไม่ต้องการถูกคนอื่นหลอกใช้“หึ ๆ แน่นอน เพราะว่าพวกเรามีศัตรูคนเดียวกันยังไงล่ะ”ชายคนนั้นยิ้มออกมา“เอาล่ะ งั้นข้าควรจะทำยังไง?”เจียงเฉินเอ่ยถาม“เจ้าเป็นคนที่ชาญฉลาดมาก มันเป็นเพียงวิธีง่าย ๆ เท่านั้น เจ้าฟังข้าให้ดี…..”ชายคนนั้นก้าวเข้าไปกระซิบข้างหูเจียงเฉินดวงตาของเจียงเฉินค่อย ๆ เบิกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ“ว่าไงนะ!”ในที่สุดเขาก็ตะโกนออกมาเสียงดังลั่น “ไม่ได้ ของสิ่งนี้สำคัญมากใครก็แตะต้องมันไม่ได้เป็นอันขาด!”“หึ ๆ เจ้าช่างคิดมากเกินไปจริง ๆ”ชายคนนั้นหัวเราะออกมา “มันมีอยู่ตั้งมากมาย เอามาแค่เพียงอันเดียว ไม่มีผลกระทบอะไรหรอก ในเวลาแบบนี้ เจ้าก็ยังคิดถึงคนอื่นอยู่อีกเหรอ?”“ข้า…..”เจียงเฉินลังเลใจเป็นอย่างมาก“วางใจเถอะ ไม่เกิดปัญหาอะไรขึ้นหรอก เมื่อถึงเวลาพวกเราก็จะผลักไสความรับผิดชอบไปให้ประมุขของนิกายหลัวซา และในเมื่อศิษย์พี่เจ้าสำนักของเจ้าเป็นผู้เชิญฉินเฉาเข้ามา ดังนั้นความรับผิดชอบจึงต้องไปตกอยู่ที่ฉินเฉาและเจ้าสำนักของเจ้า เมื่อถึงตอนนั้นตำแหน่งของหานหยู่เจ๋อก็จะตกต˹าลง เจ้าก็จะสามารถใช้โอกาสนี้กำจัดฉินเฉา และนั่งลงในตำแหน่งเจ้าสำนักได้ยังไงล่ะ”“นี่…..”เจียงเฉินยังคงลังเลใจ“ลูกผู้ชายย่อมไม่ยึดติดอยู่กับเรื่องเล็ก ๆ