จำเป็นที่จะต้องไปโกรธเคืองอีกฝ่ายการพูดคุยกันคือสิ่งที่ดีที่สุดถ้าเป็นไปได้ เขาก็ไม่ต้องการที่จะไปยั่วยุสำนักไท่ยีหากแปดสำนักบรรพกาลต้องการที่จะเป็นศัตรูกับนิกายหลัวซาเพียงแค่ให้ปรมาจารย์ที่อยู่เหนือกว่าขั้นเซียนทองคำสักคนออกมา เขาก็จบสิ้นแล้วยิ่งไปกว่านั้น เกรงว่าเขาจะกลายเป็นศัตรูกับสำนักจักรวรรดิอสูรไปแล้วด้วย“ศิษย์พี่เจ้าสำนัก ท่านทำแบบนี้ได้ยังไง?”เจียงเฉินรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง “พวกเรามาที่นี่เพื่อล้างแค้น แต่ทำไมตอนนี้มันถึงกลับกลายเป็นการเชื้อเชิญแทนได้? หรือว่าศิษย์พี่ไม่คิดที่จะล้างแค้นให้กับศิษย์เอกของข้า?”“เรื่องนี้เป็นความเข้าใจผิดกันตั้งแต่ต้น”หานหยู่เจ๋อกล่าวออกมา “เจ้าเชื่อคำพูดของนิกายหลัวซาคนนั้น”“แต่สิ่งที่ข้าเชื่อ คือพื้นฐานการฝึกตนของประมุขฉิน”หานหยู่เจ๋อกล่าวออกมาอย่างเรียบง่าย“พื้นฐานการฝึกตนของข้าคือขั้นเซียนทองคำ ข้าย่อมรู้ดีว่าภายใต้พลังของประมุขฉิน ซูหรุ่ยจะมีโอกาสในการหนีรอดไปได้หรือไม่”“บัดซบ! ศิษย์พี่ ข้าผิดหวังในตัวท่านจริง ๆ!”เจียงเฉินโกรธจนตัวสั่น จากนั้นร่างของเขาก็กลายเป็นแสงสีทองและหายลับไปในอากาศทันทีหานหยู่เจ๋อส่ายหน้า แล้วหันมากล่าวกับฉินเฉาว่า “ประมุขฉินแล้วพบกันอีกครั้ง”“แล้วพบกันอีกครั้ง…..”จากนั้นคนของสำนักไท่ยีก็เดินทางจากไป“ลูกพี่ตั้งใจที่จะไปสำนักไท่ยีจริง ๆ เหรอ?”