องพวกเราอีก!”เจียงเฉินก่นด่าออกมาด้วยความโกรธ “นิกายหลัวซาจะนับว่าเป็นอะไร? กล้าทำแต่ไม่กล้ายอมรับ ไร้ยางอายจริง ๆ!”“แต่ฉันว่าคนที่ไร้ยางอายคือพวกนายต่างหาก”ซูเฟยไม่ยอมอ่อนข้อให้ เธอตอบโต้กลับไปอย่างเย็นชา “เป็นตาแก่ตายยากที่ฝึกตนมาไม่รู้ตั้งกี่พันปี แต่กลับมารังแกผู้หญิงที่อ่อนแอกว่าอย่างพวกเรา ช่างไร้ยางอายและไม่มีศักดิ์ศรีจริง ๆ ที่พวกนายอุตส่าห์ฝึกตนมาหลายพันปี ฉันคิดว่าคงจะฝึกตนมาเพื่อเป็นหมามากกว่าล่ะมั้ง”“หุบปากไปซะ!”“นังสารเลว!”“ไร้สาระ!”นอกจากหานหยู่เจ๋อแล้ว คนในสำนักไท่ยีอีกสามคนต่างโมโหจนตัวสั่นพวกเขาคิดว่าอสูรงูมีฝีปากร้ายแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าจะมีคนที่ปากร้ายยิ่งกว่าแบบนี้“พี่น้องทั้งหลาย อย่าเพิ่งโกรธเคืองนักเลย ให้ข้าได้พูดบางสิ่งก่อน”หานหยู่เจ๋อที่เงียบไปนานเอ่ยปากออกมาในที่สุด“มีอะไรจะพูดล่ะ?”ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นเจ้าสำนักของสำนักไท่ยี ซูเฟยก็ไม่คิดที่จะพูดจาสุภาพกับเขาเธอคิดว่าคนกลุ่มนี้ไม่มีค่าพอที่จะให้สุภาพด้วยสุภาพกับพวกเขา ก็นับว่าเป็นการดูถูกตัวเองโดยเฉพาะเมื่อฮัวเหนียงได้รับบาดเจ็บ มันก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกโกรธมากขึ้น“ข้ายังไม่รู้นามของนางเซียนเลย”หานหยู่เจ๋อกล่าวออกมาช้า ๆ อย่างไม่รีบร้อน“ซูเฟย”ซูเฟยตอบกลับไปห้วน ๆ “ฉันคือเจ้าเมืองคนปัจจุบันของเมืองไท่กู่แล้วยังเป็นซุนเจ่อพยัคฆ์ปีศาจของนิกายหลัวซา”“ข้าไม่รู้ว่านางเซียนซูจะอธิบายได้หรือไม่ ว่าหวังจุน ศิษย์ของส