ักนักไท่ยีของพวกเรานั้นตายได้ยังไง?”“ศิษย์พี่เจ้าสำนัก ท่านยังจะไปพูดเรื่องไร้สาระกับพวกมันอีกเหรอ!”เจียงเฉินรีบกล่าวขึ้นมา “ศิษย์เอกผู้น่าสงสารของข้าต้องถูกพวกมันลงมือทำร้ายแน่นอนอยู่แล้ว หากวันนี้ข้าไม่ได้ฆ่าพวกมัน และทำลายล้างนิกายของพวกมันให้สิ้นซาก ข้าก็ไม่อาจที่จะระงับความโกรธในใจลงได้”“ฟังดูก่อนเถอะ”หายหยู่เจ๋อยังคงกล่าวด้วยท่าทีสงบนิ่ง ท่าทีแบบนั้นยิ่งทำให้เจียงเฉินรู้สึกโกรธจนจะตายให้ได้“หวังจุนของพวกนายจะอยู่หรือตาย แล้วมันมีอะไรเกี่ยวข้องกับนิกายหลัวซาของพวกเรา?”ซูเฟยกล่าวเหยียดหยามออกมาอย่างอดไม่ได้ “ถ้าอยากให้เขาตายพวกเราก็ฆ่าเขาได้ตั้งแต่อยู่ในเมืองไท่กู่แล้ว ทำไมต้องปล่อยให้หนีไปถึงครึ่งทางล่ะ?”“ที่พวกเจ้าทำแบบนั้น ไม่ใช่เพราะต้องการที่จะซื้อใจเซียวพ่านศิษย์คนเล็กของข้างั้นเหรอ?”เจียงเฉินกัดฟันกรอด “นิกายหลัวซาช่างไร้ยางอายจริง ๆ ศิษย์คนเล็กของข้า ไอ้ชั่วคนนั้นมันอยู่ที่ไหน?”“พวกเราไม่ปล่อยให้นายแตะต้องเขาหรอก”ซูเฟยกอดอก แล้วกล่าวออกมาอย่างเย็นชาว่า “นายคือคนที่ตายไปจากหัวใจ และตอนนี้เขาก็เป็นคนของนิกายหลัวซาไปแล้ว นายด่าว่าเขาเป็นไอ้ชั่ว ก็เท่ากับว่ากำลังด่านิกายหลัวซา ถ้าหากทำให้นิกายของพวกเราต้องอับอายอีกครั้ง นายก็ควรที่จะคิดถึงผลที่ตามมาด้วย”“จะมีผลไร้สาระอะไร? ถ้าหากวันนี้ข้าไม่เห็นหน้าไอ้ชั่วนั่น ข้าจะทำลายล้างนิกายของเจ้า!”เจียงเฉินกล่าว ก่อนที่จะสะบัดมือ ปลด