กลายเป็นคนใหญ่คนโตไปแล้ว ก็สมควรที่จะได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างออกไป”“หึ ๆ ผู้นำตระกูลอันชิงจงใจหัวเราะเยาะผมหรือไง?”คังชุนเต๋อหัวเราะออกมา “ช่วงนี้ผมแค่ใช้วิธีการฉลาด ๆ นิดหน่อยเท่านั้น จะไปเทียบกับตระกูลอันชิงที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาเป็นร้อยปีได้ยังไง? ผมไม่สมควรได้รับมันหรอก”“คุณคังชุน”อันชิงเป่ยอิงกล่าวเย้ยหยันออกมา “ที่ให้คนมาทำลายโรงฝึกของตระกูลอันชิงเป็นสิบครั้ง นั่นยังไม่สุภาพมากพออีกเหรอ?”“ในเมื่อมันเกี่ยวข้องกับเกียรติของตระกูล แล้วจะทำตัวสุภาพได้ยังไง?”รอยยิ้มอันมืดมนปรากฏอยู่บนใบหน้าของคังชุนเต๋อ “ผู้นำตระกูลอันชิง ผมเกรงว่าคราวนี้ คุณจะต้องยกโรงฝึกคาวางูจิให้กับตระกูลคังชุนของพวกเราซะแล้ว”“ถ้าหากคุณมีความสามารถก็ลองพยายามดูสิ”อันชิงเป่ยอิงหรี่ตามองอีกฝ่าย“ดีมาก ผมกำลังรอคอยประโยคนี้อยู่เลย”คังชุนเต๋อฉีกยิ้มออกมา “การประลองในวันนี้ ให้พาโรงฝึกทั้งหมดของตระกูลอันชิงและตระกูลคังชุนมาปราชันกันในโตเกียว ถ้าหากพวกคุณชนะ ผมจะคืนโรงฝึกทั้งหมดกลับไปให้ แต่ถ้าหากแพ้ล่ะก็ หึ ๆ ๆ……”คังชุนเต๋อหัวเราะออกมา ความหมายในคำพูดของเขานั้นชัดเจนเป็นอย่างมาก“ถ้าหากพวกเราแพ้ ตระกูลอันชิงจะตกเป็นของคุณ”อันชิงเป่ยอิงกล่าวออกมาเบา ๆ“ตัวแทนผู้นำตระกูล!”อันชิงเป่ยเสวี่ยตกตะลึง และรีบหันหน้าไปมองตัวแทนผู้นำตระกูลของตัวเองอย่างรวดเร็วอันชิงเป่ยอิงไม่ใช่คนที่ชาญฉลาดและใจเย็นอยู่ตลอดเวลาหรอกเหรอ? เธอได