“เจ้า เจ้าพล่ามเรื่องไร้สาระอะไรออกมา!”ซูหรุ่ยโมโหขึ้นมาทันที “เมืองไท่กู่เป็นของสำนักไท่ยีของพวกเราต่างหาก”“โอ้?”ฉินเฉาเลิกคิ้ว “น่าแปลกใจจริง ๆ ฉันจำได้ว่าก่อนหน้านี้เมืองไท่กู่เป็นของจ้าวเหวินเยว่ไม่ใช่เหรอ? แล้วพวกเธอมีความเกี่ยวข้องกับเมืองไท่กู่ยังไง?”“ใช่ เมืองไท่กู่เป็นของจ้าวเหวินเยว่จริง ๆ”ซูหรุ่ยกล่าวออกมาเบา ๆ “แต่ยินเหยียนเผิงนั้นเป็นลูกชายบุญธรรมของจ้าวเหวินเยว่ และยินเหยียนเผิงก็ยังแต่งงานกับน้องสาวซ่งแห่งสำนักไท่ยีของพวกเราแล้ว ดังนั้นเมืองไท่กู่แห่งนี้จึงตกเป็นของสำนักไท่ยีครึ่งหนึ่งเหมือนกัน”“หึ ๆ นี่เป็นเรื่องตลกที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมาเลยล่ะ”ฉินเฉากอดอก แล้วกล่าวเย้ยหยันออกมา“ตลกตรงไหน?”ซูหรุ่ยจ้องมองฉินเฉาด้วยความไม่พอใจ“ก่อนอื่นต้องพูดถึงเรื่องการแต่งงานของสามีภรรยาก่อน ศิษย์น้องซ่งของพวกเธอ นับตั้งแต่ที่แต่งงานกับยินเหยียนเผิง แต่งกับไก่ก็ต้องตามไก่ แต่งกับสุนัขก็ต้องตามสุนัข เธอเป็นภรรยาของยินเหยียนเผิง แล้วเธอจะมีส่วนร่วมกับเมืองไท่กู่ได้ยังไง? สำนักไท่ยีของพวกเธอตบแต่งลูกสาวออกไป หรือว่าขายลูกสาวออกไปกันแน่?”“นี่มัน…..”ซูหรุ่ยไม่รู้ว่าควรที่จะพูดอะไรออกไปศิษย์น้องซ่งเสี่ยวเมิ่งถูกตบแต่งออกไปแล้ว…..หากบอกว่าเธอถูกขายออกไป นั่นต้องไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นอน“ส่วนยินเหยียนเผิงก็เป็นแค่ลูกชายบุญธรรมของจ้าวเหวินเยว่เขาไม่ใช่ลูกชายในสายเลือด เพราะงั้นใครเป็น