คนกำหนดให้จ้าวเหวินเยว่ต้องยกเมืองไท่กู่ให้กับเขากันล่ะ? หมอนั่นอาจจะเป็นคนพูดมันออกมาเองก็ได้”ฉินเฉานึกเหยียดหยามอยู่ภายในใจจ้าวเหวินเยว่เป็นคนโลภมาก อีกฝ่ายถึงกับคิดที่จะชิงสมบัติของฉินเฉาไป แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับเขาจนเกือบจะถูกฆ่าตายที่ให้เขามอบเมืองไท่กู่มาเพื่อไว้ชีวิตเขา ก็นับว่าเป็นการแสดงความเมตตามากขนาดไหนแล้วแต่ไม่คิดเลยว่าลูกชายบุญธรรมของเขาจะวิ่งออกมาก่อเรื่อง อีกทั้งยังไปพาคนของสำนักไท่ยีมาเช่นนี้สมควรตายอย่างแท้จริง“นะ นี่…..”ซูหรุ่ยตะลึงงันไปกับคำพูดของเขา“เจ้าสำบัดสำนวนซะเหลือเกิน”หวังจุนสงบสติอารมณ์อย่างช้า ๆ แล้วกล่าวออกมาอย่างเย็นชา“แต่ทั้งหมดนั่นก็เป็นเพียงแค่ข้ออ้างเท่านั้น เมืองไท่กู่จะต้องตกเป็นของสำนักไท่ยี นี่เป็นความจริงที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงไปได้ ถึงแม้ว่าวันนี้เจ้าจะไม่มอบมันมาให้เรา แต่สักวันสำนักไท่ยีจะต้องกลับมาหาเจ้าอีกครั้งอยู่ดี”“ฉันไม่ได้คิดที่จะฆ่าพวกนายสองคน”เมื่อได้ยินคำพูดคุกคามจากศัตรู ฉินเฉาก็จ้องมองอีกฝ่าย ในขณะที่ปลดปล่อยจิตสังหารอันรุนแรงออกมาด้วย“แต่ตอนนี้ฉันต้องคิดใหม่ซะแล้ว ว่าจะปล่อยให้พวกนายมีชีวิตอยู่ต่อดีหรือเปล่า…..”“ลูกพี่ อย่าทำแบบนั้น…..”เซียวพ่านได้ยินว่าฉินเฉาต้องการที่จะฆ่าศิษย์พี่ทั้งสองคนของเขาเขาก็พลันตื่นตระหนกขึ้นมาไม่ว่าจะพูดอย่างไร พวกเขาก็ยังเป็นศิษย์ร่วมสำนักที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกัน“ข้าขอร้องล่ะ อย่าฆ่าพวกเขาเลย…..”