่งร่างกายของจางเจ๋อหยางก็ถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ ด้วยเช่นกันแต่หวังจุนยังไม่อาจที่จะวางใจได้ เพราะเขารู้ว่าสิ่งที่ถูกฟาดฟันเป็นเพียงแค่เงาเท่านั้น“ช่างเป็นวิชาค่ายกลกระบี่ที่แข็งแกร่งจริง ๆ”ในขณะนั้นเอง เสียงอันเย็นชาก็ดังขึ้นด้านหลังหวังจุนอย่างฉับพลันไม่รู้ว่าจางเจ๋อหยางผู้นั้นโผล่มาปรากฏกายอยู่ด้านหลังหวังจุนตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่มือของเขาได้คว้าลำคอของหวังจุนเอาไว้ “แต่น่าเสียดายที่เจ้าจะต้องตายเสียแล้ว”แต่ในช่วงเวลาที่จางเจ๋อหยางกำลังจะบั่นคอหวังจุน เขาก็พลันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาอย่างกะทันหันเขารีบก้าวถอยหลังกลับไปโดยทันที พร้อม ๆ กันกับที่ปราณกระบี่สองเล่มได้ทิ่มแทงเข้าใส่ตำแหน่งที่เขาเคยยืนอยู่หยดเหงื่อเย็น ๆ ไหลลงมาทันที“หัดมองดูใต้ฝ่าเท้าของเจ้าด้วย”หวังจุนกล่าวออกมาโดยที่ไม่ได้หันหลังกลับไป “เมื่อค่ายกลกระบี่สังหารมารได้ล็อกตำแหน่งของเจ้าเอาไว้ครั้งหนึ่งแล้ว มันก็จะตามติดฝ่าเท้าของเจ้าไปเสมอ แม้ว่าเจ้าจะวิ่งหนีไปจนสุดขอบโลกเลยก็ตาม”“เป็นเช่นนั้นเอง”ร่างของจางเจ๋อหยางกลายเป็นเงา ก่อนที่จะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งบนหลังคาที่อยู่ใกล้ ๆเขาก้มหน้าลงมองดู กระบี่ทั้ง 49 เล่มยังคงตามติดฝ่าเท้าของเขาอย่างมั่นคงจริง ๆ“สมควรตาย ในเมื่อเป็นแบบนี้ ข้าก็จะฆ่าเจ้าซะ!”เขาตะโกนออกมาเสียงดังลั่น เปลวไฟสีน˺าเงินแดงได้ปะทุขึ้นมาในดวงตาของเขาเพลิงเทพมารจากนั้นร่างของเขาก็หายไปอีกครั้ง ราวกับว่าเขาเตรี