ดายที่นายจะต้องมาถามความเห็นของพวกเราก่อน นายมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับพวกเราแบบนี้ ดั่งคำกล่าวที่ว่า จะต้องมีมารยาทต่อกันและกัน ถ้าหากพวกเราไม่ตอบแทนให้ดี แล้วมันจะคู่ควรกับความปรารถนาดีของยินเหยียนเผิงได้ยังไง?”“จะ เจ้าช่างเป็นผู้หญิงที่น่ากลัวจริง ๆ ….. ยึดครองเมืองไท่กู่ไปยังไม่พอ มาตอนนี้ยังคิดที่จะเอาชีวิตของข้าไปอีกงั้นหรือ!”ยิงเหยียนเผิงรู้ดีว่าตนได้ไปล่วงเกินคนที่ไม่สมควรเข้าให้แล้ว เขาจึงไม่กล้าไปยั่วโมโหผู้หญิงคนนี้อีกการหลบหนีคือสิ่งที่สำคัญที่สุด!“ฮิ ๆ ฉันน่ากลัวงั้นเหรอ?”ซูเฟยแย้มรอยยิ้มออกมา “ฉันให้โอกาสนายมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่นายกลับไม่รักษามันเอาไว้เอง”“อย่าได้มาบังคับข้า…..”จู่ ๆ ยินเหยียนเผิงก็สอดมือเข้าไปในแขนเสื้ออย่างกะทันหัน“บังคับข้าเช่นนี้ พวกเจ้าทุกคนคงจะไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกแล้วสินะ?”“โอ้?”ซูเฟยมองเห็นประกายความชั่วร้ายในแววตาของยินเหยียนเผิง“ฉันอยากจะรู้จริง ๆ ว่านายยังมีไพ่ใบไหนอยู่ในมืออีก”“ไม่มีใครที่เคยเห็นไพ่ใบนี้แล้วยังมีชีวิตอยู่….. เจ้ารู้จักสำนักไท่ยีหรือเปล่า?”เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน แล้วกล่าวประโยคนี้ออกมาจากปาก“สำนักไท่ยี? ขอโทษด้วย ที่ฉันไม่มีความรู้และประสบการณ์ ฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน”ซูเฟยมุ่ยปาก“รอเดี๋ยว!”แต่ทว่าสีหน้าของฮัวเหนียงกลับเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย “เจ้าพูดว่าสำนักไท่ยีอย่างนั้นเหรอ?”“ใช่ ข้าพูดว่าสำนักไท่ยี ข้าสามารถควบคุมทัณฑ์สวร