งหันมามองหน้ากัน จากนั้นจึงเดินเข้าไปในตำหนักภายในตำหนักของเจ้าเมืองแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างงดงามประณีต และให้บรรยากาศที่ดีมากตลอดทางเดินมีเหล่าผู้พิทักษ์กำลังยืนเรียงแถวและกล่าวต้อนรับคนที่เดินเข้ามาด้วยความนอบน้อม“ด้านหน้าที่อยู่ไม่ไกลนั้นคือศาลารสสวรรค์ เป็นห้องรับประทานอาหาร ข้าได้จัดเตรียมงานเลี้ยงเอาไว้แล้ว เชิญนางเซียนทั้งสองชะล้างฝุ่นเสียก่อนเถิด”ยินเหยียนเผิงกล่าวอย่างกระตือรือร้น“คุณชายยินช่างมีน˺าใจจริง ๆ”ฮัวเหนียงกล่าวออกมาเบา ๆในขณะที่ทั้งสองคนกำลังจะก้าวเดินต่อ ผู้พิทักษ์ที่อยู่ใกล้ ๆ ก็กระโจนออกมา และใช้วิชาฝ่ามือโจมตีใส่ซูเฟยทันที“นังสารเลว รับฝ่ามือของข้าไปซะ!”ซูเฟยที่สังเกตเห็น ได้หันกลับไปกระแทกฝ่ามือใส่อีกฝ่ายเพื่อตอบโต้ตูม!ร่างของคนคนนั้นกระเด็นออกไปไกลลิบยินเหยียนเผิงประหลาดใจมาก พลางคิดว่า เขาไม่ได้วางแผนเอาไว้แบบนี้นี่“บัดซบ พวกเจ้าเป็นแค่คนนอกเท่านั้น เมืองไท่กู่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ที่เจ้าควรจะเข้ามา ไสหัวออกไปซะ!”ผู้พิทักษ์ที่ถูกจับได้ร้องตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง“เกิดอะไรขึ้น?”ยินเหยียนเผิงเข้าใจได้ในทันที ที่แท้อีกฝ่ายก็เป็นคนของบิดา หึ ๆช่างมีความจริงใจเสียจริง แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะมาสร้างปัญหา“ขออภัย ทำให้นางเซียนทั้งสองต้องตกใจเสียแล้ว”เขาประสานมือให้ซูเฟยกับฮัวเหนียง และแสดงท่าทีรู้สึกผิดเป็นอย่างมาก“ช่างน่ารังเกียจจริง ๆ ข้าจะให้