คนมาจัดการ พาตัวเขาไปลงโทษอย่างหนัก ทำให้เขารู้ว่าใครคือเจ้าเมืองที่แท้จริงของเมืองไท่กู่แห่งนี้”มีความนัยที่แฝงอยู่ในคำพูดของยินเหยียนเผิง“ขอรับ!”ผู้พิทักษ์สองคนรีบพาตัวชายคนนั้นออกไปทันที“ทำให้นางเซียนทั้งสองต้องหัวเราะเยาะเสียแล้ว”“ไม่เลย เป็นพวกเราซะอีกที่เข้ามาอย่างกะทันหัน”ซูเฟยลดฝ่ามือลงเอาไว้ข้างตัว ก่อนที่จะกำหมัดแน่น แล้วกล่าวว่า“คราวนี้ไม่เป็นไร แต่ฉันหวังว่าคราวหน้าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก”“แน่นอนอยู่แล้ว นางเซียนทั้งสอง เชิญเข้ามาก่อน เชิญเข้ามาก่อน”หลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อสักครู่ไป ยินเหยียนเผิงก็ยิ่งดูกระตือรือร้นมากขึ้นซูเฟยพยักหน้า และก้าวเดินไปยังศาลารสสวรรค์กับฮัวเหนียง“เมื่อสักครู่นี้ชายคนนั้นส่งอะไรให้เจ้า?”คนอื่นมีพื้นฐานการฝึกตนที่ลึกล˺าไม่เพียงพอ จึงมองเห็นไม่ชัดเจนแต่พื้นฐานการฝึกตนของฮัวเหนียงอยู่ในระดับใด? ที่จริงแล้วตอนที่ผู้พิทักษ์คนนั้นกระแทกฝ่ามือเข้ามา เขาได้ฉวยโอกาสนี้ส่งเศษกระดาษใส่มือซูเฟย“เศษกระดาษน่ะ มันเขียนเอาไว้ว่า ระวังธูปพิษในศาลารสสวรรค์”ซูเฟยกล่าวออกมา“คนพวกนี้คิดจะโจมตีพวกเราจริง ๆ ด้วย แต่คนที่มาเตือนพวกเราเป็นใครกันล่ะ?”ฮัวเหนียงรู้สึกว่าเธอยังมีหัวไม่มากพอ“ไม่มีที่ไหนที่รวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์หรอก”ซูเฟยกล่าวออกมาเบา ๆ “ไม่ว่ายังไง ตราบใดที่เป็นศัตรูของศัตรูพวกเขาก็คือมิตรของพวกเรา”