ล่าผู้พิทักษ์ต่างอุทานออกมาด้วยความตกใจ“และข้าผู้เป็นเจ้าเมืองก็ได้เข้าสู่ขั้นประกายแสงแล้ว หลังจากนี้ข้าจะทุ่มเทให้กับการฝึกฝน เมืองไท่กูแห่งนี้มันใหญ่โตเกินไป ข้าจึงอยากจะยกให้ประมุขฉินเป็นผู้ดูแล และพวกเจ้าทุกคนก็จะต้องเชื่อฟังประมุขฉินด้วยล่ะ”“เป็นแบบนี้ไปได้ยังไง…..”ผู้พิทักษ์ไม่เต็มใจที่จะยอมรับเรื่องนี้“ขั้นประกายแสงเป็นเขตระดับที่อันตรายมาก”จ้าวเหวินเยว่กล่าวต่อว่าอย่างไม่พอใจ “มัวแต่สนใจเรื่องบนโลกใบนี้มากเกินไป มันก็มีแต่จะทำให้การฝึกฝนของข้าล่าช้าลงไปเท่านั้นหากถึงเวลานั้น แล้วข้าข้ามผ่านทัณฑ์สายฟ้าไม่ได้ ใครจะรับผิดชอบ!”“ครับ ท่านเจ้าเมือง…..”เมื่อท่านเจ้าเมืองพูดแบบนี้ เหล่าผู้พิทักษ์ก็ทำได้แค่ยอมรับมันเท่านั้น“ทุกคนลุกขึ้นเถอะ อย่าคุกเข่าเลย”ฉินเฉาที่กำลังยืนนิ่ง แล้วกล่าวออกมาอย่างใจกว้างถึงแม้ว่าจะต้องเสียเจดีย์มหาแก้วไป แต่อย่างน้อยได้เมืองไท่กู่แห่งนี้มาก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดี“คุกเข่าแบบนี้มันไม่ดีหรอก คราวหลังทุกคนไม่ต้องทำแบบนี้แล้ว”ฉินเฉากล่าวแนะนำ“ไม่ได้ครับ!”แต่ทว่าจ้าวเหวิจงรักภักดีเยว่กลับเอ่ยคัดค้านอย่างไม่ทันคาดคิด“ให้พวกเขาคุกเข่าแบบนี้แหละ ถึงจะเป็นการแสดงความเคารพต่อท่านประมุข! ท่านประมุข พวกเราจะละเลยกฎระเบียบไปไม่ได้ ลูกน้องก็คือลูกน้อง ส่วนท่านคือประมุขนิกายผู้สูงส่ง”หลังจากที่กลายเป็นหุ่นเชิด ในหัวของจ้าวเหวินเยว่ก็คิดถึงแต่ฉินเฉาเท่านั้น“นี่มัน…..