“ฉันแน่ใจ”ฉินเฉาพยักหน้า “กลยุทธ์ทั้งหมดของเธอ มันใช้ไม่ได้ผลกับฉัน”“มันอาจจะไม่เป็นแบบนั้นก็ได้ ประมุขฉิน”ตงฟางอิ๋งมองอีกฝ่ายด้วยสายตาคมปลาบ ก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างเย็นชา “ตงฟางอิ๋งผู้นี้เป็นคนที่มีเล่ห์เหลี่ยม แล้วฉินเฉาเป็นคนเช่นไรกันล่ะ? ทั้งหยิ่งยโสและอวดดี”“ฉันเนี่ยนะ?”ฉินเฉาครุ่นคิดถึงเรื่องนี้ “ฉันหยิ่งยโสและอวดดีงั้นเหรอ?”“เจ้าคงจะคิดว่าเจ้าเก่งกาจมากเลยสินะ?”ตงฟางอิ๋งจ้องมองฉินเฉา สายตาของเธอนั้นแฝงไปด้วยการคุกคาม “ความหยิ่งยโสและความอวดดีของเจ้า มันจะพรากชีวิตของเจ้าไป!”“ฉันเป็นคนหยิ่งยโสจริง ๆ เหรอ?”ฉินเฉาหันหน้าไปถามเฉินหยูฝ่ายฉินอี้นั้นกำลังทานอาหารอยู่ จึงไม่ได้ฟังบทสนทนาของทั้งสามคนเฉินหยูหันไปมองเขา และพยักหน้าในที่สุด“เอ่อ เป็นเรื่องจริงสินะ”ฉินเฉายักไหล่ “อืม ฉันเป็นคนหยิ่งยโส แล้วเธอจะจัดการฉันยังไงล่ะ? ความหยิ่งยโสของฉันมันมีไว้สำหรับคนที่ไม่เจียมตัวเท่านั้น อีกทั้งมันก็ยังทำให้ฉันอยากจะจัดการกับศัตรูอีกด้วย และเธอ ตงฟางอิ๋ง เห็นได้ชัดว่าเธอเองก็เป็นหนึ่งในนั้น”“ฉินเฉา ข้าบอกเจ้าแล้ว ว่าความหยิ่งยโสของเจ้ามันจะฆ่าเจ้าให้ตายได้”ตงฟางอิ๋งหัวเราะเยาะออกมา “เจ้าคิดเหรอว่าข้าจะมาขอความร่วมมือจากเจ้าจริง ๆ? เจ้าได้ทำหลายสิ่งที่ไม่อาจจะยกโทษให้ได้กับยอดเขาหมอกของพวกเรา ตงฟางอิ๋งผู้นี้จะไม่มีวันปล่อยเจ้าไปเด็ดขาด!”“ฉันไม่คิดแบบนั้นอยู่แล้ว”ฉินเฉากล่าวด้วยรอยยิ้ม ก่อนท