ี่จะดื่มสุราเข้าไปอีกครั้ง “แต่เธอจะทำอะไรกับฉันล่ะ?”“ข้าบอกแล้วไง ว่าเจ้าจะต้องตายไปเพราะความหยิ่งยโส”ตงฟางอิ๋งยกแก้วสุราขึ้นมา ก่อนที่จะปาลงไปบนพื้น “เริ่มได้แล้ว!”สิ้นเสียงของเธอ สาวใช้ทุกคนก็พลันหยิบหินผลึกออกมาจากตะกร้าดอกไม้ และวางมันลงใต้ร่างทันใดนั้นหินผลึกก็ได้เปล่งแสงทะลุหลังคาและพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในยามค˹าคืนใช้เวลาเพียงไม่นาน หินผลึกเหล่านี้ได้เชื่อมโยงกัน ก่อนที่จะก่อตัวขึ้นเป็นค่ายกลขนาดมหึมาฝ่ายฉินเฉาและพวกเฉินหยูจึงกลายเป็นนกที่อยู่ในกรง พวกเขาอยู่ในใจกลางของค่ายกลขนาดใหญ่นี้ทันที“เตรียมการเอาไว้จริง ๆ ด้วย”ฉินเฉากล่าวออกมา และยังคงจิบสุราต่อไปเรื่อย ๆ ราวกับไม่รู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย“ถึงคราวตายของเจ้าแล้ว ฉินเฉา”ในเวลานี้ใบหน้าอันงดงามของตงฟางอิ๋งกำลังกระตุก ท่าทางของเธอนั้นดูภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งเฉินหยูนึกกังวลอยู่ในใจ นี่คือกับดักของยอดเขาหมอกจริง ๆ ด้วย“ว้าว! กลยุทธ์นี้ช่างน่าสนใจจริง ๆ!”ฉินอี้ที่อยู่ข้าง ๆ ปรบมือเล็ก ๆ ของตัวเองไม่หยุด “น่าสนุกชะมัด!”“ถึงคราวตายของฉันแล้วงั้นเหรอ?”ฉินเฉาจ้องมองตงฟางอิ๋ง “นั่นเป็นเพราะค่ายกลของเธอใช่มั้ย?”“แน่นอนอยู่แล้ว”ตงฟางอิ๋งกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “นี่คือค่ายกลเซียน ที่สามารถปิดกั้นพลังลมปราณทุกประเภทของเจ้าได้ยังไงล่ะ!”“เธอแน่ใจเหรอ?”ฉินเฉาเลิกคิ้วขึ้น“แน่นอน!”“ถ้าอย่างนั้นพลังลมปราณของเธอก็ถูกปิดกั้นไปด้วยน่ะสิ?”ฉินเฉาเอ