ฉินเฉาเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่า เขารีบหันหลังกลับมาและโอบไหล่ของเฉินหยูเอาไว้ทันทีเฉินหยูตกใจมาก ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นและจ้องมองฉินเฉาขะ ขะ ขะ เขาจะทำอะไรน่ะ!“เฉินชิง ช่วยคุยกับฉันได้หรือเปล่า?”ราวกับว่าลิ้นของเฉินหยูกำลังขมวดเป็นปม เธอเอาแต่จ้องมองฉินเฉา และไม่กล่าวอะไรออกมาแม้แต่เพียงครึ่งคำ เธอจ้องมองอีกฝ่ายอย่างโง่งมเท่านั้นคุย? จะให้คุยอะไร…..จะให้คุยยังไง…..จะต้องคุยเรื่องอะไรล่ะ?ข้าไม่ใช่ท่านป้าเฉินชิง ข้าคือเฉินหยู……“ฉันรู้ว่าเธอมีกำแพงขวางกั้นอยู่ในใจมาโดยตลอด”ฉินเฉาสูดหายใจเข้าไปลึก ๆ ก่อนที่จะสบตาเฉินชิง พร้อมกล่าวออกมา “แต่พวกเราสองคนไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันดี ๆ เลยสักครั้ง ที่นี่ไม่มีใครอยู่ เพราะฉะนั้นวันนี้พวกเรามาพูดคุยกันดี ๆ ได้แล้ว ตกลงมั้ย?”แต่ข้าไม่อยากคุยกับเจ้า…..ข้าคือเฉินหยู และข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดคุยกับเจ้าทั้งนั้น…..ตอนนี้เฉินหยูอยากจะร้องไห้ออกมาเหลือเกินไม่ได้ สงบใจเอาไว้ สงบใจเอาไว้…..ถ้าหากเป็นท่านป้า ตอนนี้เธอจะทำยังไงล่ะ…..เธอจะต้องเมินแน่ ๆ ใช่แล้ว ใช่แล้ว……“ขออภัย พวกเราไม่มีสิ่งใดที่จะต้องพูดคุยกันแล้ว”เฉินหยูเบือนหน้าหนี ไม่มองหน้าฉินเฉา เธอกำลังหลบเลี่ยงสายตาของอีกฝ่าย“อย่าทำแบบนี้สิเฉินชิง เธอลืมเรื่องที่เธอเคยพูดกับฉันในตอนนั้นไปแล้วเหรอ?”“เรื่องอะไร?”เฉินหยูเริ่มสนใจขึ้นมาอย่างฉับพลัน เธอหันมามองฉินเฉา และรอคอยคำตอบจากเขา