“ไอ้หนู เจ้าก็นึกถึงข้าแค่ตอนที่เจ้าต้องการข้าเท่านั้นแหละ แต่พอข้าบอกให้เจ้าทำอะไร เจ้าก็ไม่ทำ ข้าบอกให้เจ้าขยายฮาเร็มของตัวเองเจ้าก็ไม่ต้องการ ในเมื่อเจ้าทำตัวไม่สมกับเป็นผู้สืบทอดของข้า ข้าก็เกียจคร้านเกินกว่าจะมาสนใจเจ้า!”ในห้วงแห่งความคิด เสียงคำรามของหลัวเต๋อดังขึ้นมาด้วยความไม่พอใจฉินเฉาฉีกยิ้ม แล้วกล่าวว่า“โอ้ พูดแบบนั้นไม่ได้หรอก ผู้อาวุโสหลัวก็คงควรค่าแก่การเคารพอยู่ดี แต่ผู้คนในยุคสมัยใหม่ก็มีความคิดของคนในยุคสมัยใหม่ พอเวลาผ่านล่วงเลยไป ฮาเร็มก็ไม่ใช่สิ่งสำคัญอีกต่อไปแล้ว ผู้อาวุโสหลัว ท่านคิดดูสิ ถ้าเกิดว่าฮาเร็มของฉันมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ สาว ๆ เหล่านั้นก็จะต้องการการดูแลเพิ่มขึ้นเหมือนกัน แล้วฉันจะเอาเวลาฝึกฝนมาจากไหน? หลังจากที่ขุมทรัพย์หมอกปรากฏออกมา ฉันก็จะได้ไปชิงเม็ดยาฟื้นกำเนิดมาให้ผู้อาวุโสยังไงล่ะ”“สิ่งที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล”ดูเหมือนว่าหลัวเต๋อจะเห็นด้วยกับคำพูดของฉินเฉา “แต่ว่าในใจของข้าก็ยังคงรู้สึกคับข้องใจอยู่ดี”“โอ้ ผู้อาวุโส ถึงยังไงฉันก็ยังเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสอยู่ดี มีคำกล่าวเอาไว้ว่า เป็นครูเพียงหนึ่งวันราวกับเป็นบิดาไปชั่วชีวิต นั่นแปลว่าฉันก็เป็นลูกชายของผู้อาวุโสไปแล้วครึ่งหนึ่ง ส่วนนานาน้อยก็จะต้องเป็นลูกสะใภ้ของผู้อาวุโสไปแล้วครึ่งหนึ่งเหมือนกัน ผู้อาวุโสจะยอมไม่ช่วยพวกเราในเรื่องที่ง่ายจนแทบไม่ต้องออกแรงแบบนี้เลยงั้นเหรอ…..”“ข้าเองก็ชอบฟังวรรณ