ในสายตาของเธอนั้น สหายหลี่กังคนนี้เป็นคนที่น่าเชื่อถือเป็นอย่างมากและหลังจากที่ฉินเฉาส่งหลี่นาและชางลั่วกลับไปแล้ว เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลา 22.00 น. แต่เขาก็ควรที่จะไปตามคำนัดหมาย“หึ ๆ ช่างเป็นผู้ชายที่มีธุระได้ตลอดจริง ๆ”เสียงของหลัวเต๋อกล่าวคำพูดปราชดปราชันขึ้นมา“ตาแก่ นายอิจฉาหรือไง?”ฉินเฉาตอบโต้ชายชรากลับไปภายในใจ“ไร้สาระ!”หลัวเต๋อสบถออกมาทันที “ในอดีตมีผู้หญิงคนไหนที่ไม่เคยได้ผ่านตาข้ามาบ้าง! และถึงแม้ว่าจะไม่เคยเห็นผ่านตา แต่สาว ๆ ของเจ้าก็ไม่เข้าตาของข้ามาตั้งแต่แรกแล้ว เมื่อก่อนแม้แต่เจ้าหญิงจากแคว้นซ่งและจักรพรรดินีจากแคว้นเหลียวก็ยังต้องมาล้างเท้าให้ข้า!”“ขี้โม้ ขี้โม้ชัด ๆ”ในเมื่อคำพูดปากเปล่าเหล่านั้นไม่มีสิ่งใดมาใช้ยืนยัน และถึงแม้ว่ามันจะเป็นความจริง ฉินเฉาก็เลือกที่จะไม่เชื่ออยู่ดีไม่ใช่ว่าเพราะอะไร แต่เป็นเพราะว่าเขาต้องการที่จะยั่วโมโหชายชราคนนี้“สารเลว! เจ้าจงใจชัด ๆ เหอะ อวดดีจริง ๆ เดิมทีข้าตั้งใจเอาไว้ ว่าจะบอกเจ้าถึงวิธีการที่จะทำให้สาวน้อยสองคนนั้นพอใจ แต่ช่างน่าเสียดายจริง ๆ ที่เจ้าไม่ต้องการมันซะแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ลืมมันไปเถอะ”“นายทำขนมปังเป็นด้วยเหรอ?”ฉินเฉาเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ“เฮ้ มีอะไรบ้างที่ข้าทำไม่ได้? และถึงแม้ว่าข้าจะทำไม่ได้ แต่ข้าก็ยังสามารถทำให้มันมีกลิ่นหอมอบอวลไปไกลถึงสิบลี้ เจ้ารู้หรือเปล่าว่าเมื่อก่อนข้