ม่ได้ใช้เพียงแค่หมัดเท่านั้น แต่มันต้องใช้หัวคิดด้วย ซึ่งคนโง่เขลาอย่างพวกเจ้าคงจะไม่มีหัวคิดกันหรอก ไม่อย่างนั้นจะอยู่ในเส้นทางปีศาจได้ยังไงล่ะ! ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”เมื่อเห็นท่าทางอวดดีของอีกฝ่าย โม่หลิงก็นึกอยากจะตบปากเขาขึ้นมาฝ่ายเสี่ยวไป๋นั้นมีสีหน้ามืดครึ้ม บนนิ้วของเธอมีใยแมงมุมพันอยู่รอบ ๆ“เย่เทียนหมิง พวกเราจะไม่ยอมส่งสมบัติทั้งสองชิ้นให้กับแกหรอกถ้าหากแกมีความสามารถมากนักก็มาฆ่าพวกเราเลยสิ!”เธอเองก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ถึงแม้ว่าเย่เทียนหมิงจะไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับหลัวหรูเมิ่ง แต่เขาก็มีความสามารถมากเพียงพอที่จะจัดการกับพวกเธอได้ถึงอย่างไรเขาก็เป็นครึ่งเซียน“ไป๋เจินเหริน”ในขณะนั้นเอง ครึ่งเซียนจากเขาซูซานที่กำลังถือกระบี่เอาไว้ และนิ่งเงียบไม่พูดอะไรอยู่นานก็เปิดปากกล่าวขึ้นมาในที่สุด“ข้า หลี่เจิ้นจากเขาซูซาน มีบางสิ่งที่คิดว่าควรจะต้องกล่าวออกมาให้ได้”“หากมีอะไรจะกล่าวก็เชิญกล่าวออกมา”เสี่ยวไป๋พยายามระงับอารมณ์โกรธของตัวเองให้ได้มากที่สุด“ขุมทรัพย์หมอกนั้นเป็นสมบัติที่เซียนหมอกได้ละทิ้งเอาไว้ ในเมื่อมันถูกเซียนหมอกละทิ้งเอาไว้เช่นนี้ มันจึงจะต้องกลายเป็นสมบัติของฝ่ายธรรมะ และในฐานะที่พวกเราเดินทางอยู่ในเส้นทางธรรม แน่นอนว่าพวกเราจะต้องเป็นผู้ครอบครองสมบัติ เพื่อไม่ให้เหล่าเส้นทางปีศาจได้ใช้ประโยชน์จากมัน นี่ก็เพื่อประโยชน์สุขของโลก”“เหอะ! เอาแต่พล่ามเรื่องคุณธรรมจอมปลอมอยู่นั่นแหละ