วจือซินก็เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณปู่ของเธอให้ฟัง
หลังจากฟังจบ เฝิงเว๋ยก็พยักหน้ารับอย่างครุ่นคิด
ตอนนี้ตัวเขารู้สึกหนาวสั่นไปทั้งร่างกาย
เพราะตอนที่ลั่วจือซินเล่าเรื่องนี้ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับตนเอง หรือพูดอีกอย่างก็คือเกี่ยวข้องกับบริษัทตระกูลเฝิง
ไม่นานมานี้ บริษัทตระกูลเฝิงได้รับสิทธิ์ให้ผลิตยาบางชนิดของโหยวเหว่ย กรุ๊ป
และในบรรดาตัวยาเหล่านั้น บริษัทตระกูลเฝิงได้แอบเปลี่ยนส่วนประกอบของยา แม้ลักษณะภายนอกของยาจะยังคงเหมือนเดิม
แต่ในความเป็นจริง ปริมาณของตัวยาได้เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง
นั่นก็คือ ลั่วซือจินสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าครอบครัวของเธอได้รับประทานยาที่มีปัญหาของโหวยเหว่ย กรุ๊ปเข้าไปแล้ว!
ในตอนนี้ เฝิงเว๋ยรู้สึกว่ามือของตัวเองเย็นเฉียบไปครึ่งหนึ่งแล้ว
ลั่วจือซินไม่อยากเสียเวลาพูดคุยกับเขาให้มากความ เธอพิจารณาเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“คุณเป็นคนของบริษัทเฝิงไม่ใช่เหรอ? มาทำอะไรที่นี่?”
แน่นอนว่าเฝิงเว๋ยไม่อาจเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับโจวลู่ได้
ที่ตอนนี้เขากลับมาคบหากับเสิ่นเล่อเล่ออีกครั้ง เป็นเพราะเขาต้องการขยายตลาด เพื่อจำหน่ายยาชนิดนี้ออกไปให้ได้มากยิ่งขึ้น แต่หากตอนนี้เขาตัดความสัมพันธ์กับเสิ่นเล่อเล่อ ทุกอย่างที่ผ่านมาล้วนสูญเปล่า!
ดังนั้นเขาจึงใช้ไหวพริบแก้ปัญหาและสร้างข้อแก้ตัวให้ตัวเองขึ้นมา
“ผมมาในนามบริษัทเฝิงเพื่อเจรจาค