้แสงเทียนไปตลอดชีวิตงั้นเหรอ?”“ไปตายซะไป ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย!”ซูเฟยตวัดสายตามามองค้อน “ฉันแค่อยากจะเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งในศตวรรษใหม่ เรื่องผู้ชายอะไรนั่น ฉันไม่ต้องการหรอก”“ความต้องการที่ว่า… คุณหมายถึงทางร่างกายหรือว่าจิตใจครับ…..”ฉินเฉาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม“นะ นาย ไอ้สารเลว…..”ซูเฟยรู้สึกโมโหเพราะคำถามที่ตรงไปตรงมาของเขา เธอจ้องหน้าฉินเฉา ก่อนที่จะกล่าวว่า“ทั้งสองอย่างนั่นแหละ”“น่าทึ่งชะมัด…..”ฉินเฉาอุทานออกมา “หรือว่าบอสซู…จะมีวิธีที่ทำให้ตัวเองรู้สึกพอใจ…..”“อืม…ตราบใดที่ฉันสามารถอุทิศตัวให้กับงานได้… นายไปตายซะ!”ซูเฟยพลันรู้สึกตัวทันทีว่าฉินเฉานั้นหมายความว่าอะไร เธอจึงอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปทุบไหล่ของเขาซูเฟยไม่ได้มีเรี่ยวแรงมากมายนัก ยิ่งไปกว่านั้นฉินเฉาก็ยังมีร่างวัชระ ทำให้เขาไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด มันจึงดูเหมือนเป็นการออดอ้อนของคู่รักแทน“นายขับรถดี ๆ ไม่ได้หรือไง? ถ้าหากว่ายังพูดจาไร้สาระอีก ฉันจะเรียกเจียงตงให้มาที่นี่”“จะทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะครับ?”ฉินเฉารีบเอ่ยแก้ตัวทันที “ตอนนี้ผมเป็นบอดี้การ์ดของคุณ เป็นคนขับรถชั่วคราวให้คุณ และยังเป็นแม้แต่เลขาฯ ชั่วคราวให้คุณอีก จะว่าไปผมก็รู้สึกสงสัยขึ้นมา ว่าที่จริงแล้วผมเป็นเลขาฯ แบบไหนกันแน่?”“ก็เป็นเลขาฯ ธรรมดาไง นายจะเป็นเลขาฯ แบบไหนกันล่ะ?”ซูเฟยเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ เธอไม่รู้ว่าฉินเฉากำลังคิดฟุ้งซ่านอะไรอยู่กันแน่