ก็ทำให้เขาต้องเป็นฝ่ายประหลาดใจเสียเองเพราะชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้ายื่นมือซ้ายออกมาอย่างกะทันหันแล้วใช้หลังมือปัดข้อมือของเขาออกไปอย่างแม่นยำ นั่นทำให้วิชาพยัคฆ์ตะปบหัวใจใช้ไม่ได้ผล“หะ!”บอดี้การ์ดพลันเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขาคิดว่าเมื่อครู่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจอย่างแน่นอนหรือว่าผู้ชายคนนี้จะเรียนศิลปะการต่อสู้มา?เพื่อเป็นการยืนยันความคิดของตัวเอง หยินปางเฟิงจึงจู่โจมด้วยความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เขาต่อยหมัดทั้งสองข้างออกไปอย่างไม่ยั้ง และโจมตีไปยังจุดสำคัญของฉินเฉาอย่างต่อเนื่องราวกับเสือที่ถูกปล่อยออกมาจากกรงแต่ฉินเฉานั้นไม่ได้ตอบโต้กลับไป เขายังคงเอามือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกง พร้อมกับโยกตัวไปทางซ้ายทีขวาทีอย่างคล่องแคล่วเพื่อหลบการโจมตีของหยินปางเฟินฉินหลิงนั้นรู้สึกช่วยไม่ได้ขึ้นมา เธอเองก็รู้ดีอยู่แล้วว่าบอดี้การ์ดของท่านประธานของเธอคงจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฉินเฉาแต่จางลี่นั้นตื่นเต้นมากเป็นพิเศษ นี่แหละคือพี่ฉินของเขา!หากแต่คนที่นิ่งอึ้งก็คือหรวนซง เขาหลงคิดว่าฉินเฉาจะเป็นคนอ่อนแอ แต่สุดท้ายอีกฝ่ายกลับต่อสู้กับบอดี้การ์ดได้นานถึงขนาดนี้และกลายเป็นบอดี้การ์ดเสียเองที่แตะต้องเขาไม่ได้เลยแม้แต่ชายเสื้อเชี่ย หรือว่าสหายคนนี้จะเชี่ยวชาญในด้านศิลปะการต่อสู้?“บัดซบ!”หยินปางเฟิงผู้ที่พยายามโจมตีอีกฝ่าย แต่ไม่โดนตัวเสียทีนั้นรู้สึกกังวลขึ้นมาและทันใดนั้นเขาก็พลันย่อตัวแล้ว