ทันทีที่ตกลงมา ดาบปทุมพิสุทธิ์ที่ปรากฏอยู่ในมือของเขาก็แทงลงไปยังหน้าอกของปี้ฟางทันที“อ๊าาา”ปี้ฟางกรีดร้องลั่นด้วยความหวาดกลัวอย่างอดไม่ได้สัตว์ที่อยู่ในระยะทางหนึ่งกิโลเมตรในบริเวณโดยรอบต่างก็พากันแตกตื่นและกระจัดกระจายไปรอบทิศทางในสายตาของพวกมันนั้นเห็นว่าโลกนี้ถึงคราวอวสานแล้วและในจิตใจของปี้ฟางก็เผลอคิดว่านี่คือจุดจบของโลกเช่นเดียวกันเธอไม่ได้เจ็บปวดแค่เพียงร่างกาย แต่มันกลับลามเข้าไปถึงจิตวิญญาณหลังจากที่ถูกกระบี่ปทุมพิสุทธิ์เสียบแทง วิญญาณของเธอก็สั่นด้วยความเจ็บปวดปี้ฟางยังคงร้องไห้คร˹าครวญไม่หยุด ในเวลานี้เธอรู้สึกเหมือนกับร่างของเธอถูกฉีกออกจากกัน“ไม่ขู่ฉันแล้วเหรอ?”ฉินเฉาปล่อยมือจากกระบี่ปทุมพิสุทธิ์ จากนั้นจึงกระโดดขึ้นไปยังศีรษะของปี้ฟาง แล้วยื่นมือไปกราชากศีรษะของนกยักษ์ขึ้นมากล่าวว่า“ขู่อีกสิ ขู่ให้ฉันฟังอีกทีสิ!”“………………”ในตอนนี้ปี้ฟางผู้น่าสังเวชไม่สามารถกล่าวอะไรออกมาได้แม้เพียงครึ่งคำ มีเพียงดวงตาของเธอเท่านั้นที่ยังคงสั่นระริก“ฉันอยากจะเห็นเหมือนกันว่าเฮยฉีหลินจะกล้าแตะต้องคนในครอบครัวของฉันจริง ๆ หรือเปล่า ถ้าหากมันกล้าทำอะไรคนในครอบครัวของฉันแม้แต่เพียงนิดเดียว ฉันจะฆ่าอสูรโบราณที่อยู่รอบตัวของมันให้หมด!”สิ้นเสียงนั้น ฉินเฉาก็เดินเข้าไปด้วยท่าทีคุกคามกระบี่ปทุมพิสุทธิ์เล่มยักษ์พลันปรากฏอยู่เหนือศีรษะของเขาแสงสีขาวที่รวมตัวกันอยู่บนกระบี่เล่มนี้ส่องแสงพร่างพราวออ