กมาอย่างต่อเนื่องในขณะเดียวกัน บริเวณโดยรอบในระยะทางหนึ่งกิโลเมตรได้บังเกิดลมพัดโหม ที่พัดพาเอาเศษหิน ดิน ทรายกระจัดกระจายไปทั่วแต่ในขณะที่ฉินเฉาคิดจะฟันปี้ฟางให้สิ้นด้วยกระบี่เล่มนี้ บนท้องฟ้ากลับมีเมฆครึ้มรวมตัวกันแรงกดดันอันมหาศาลของมันได้ส่งตรงไปยังฉินเฉาโดยเฉพาะแต่ฉินเฉาที่ใกล้จะบ้าคลั่งเต็มทีกลับยังคงรวมพลังบนกระบี่เล่มนั้นต่อไปแต่ทันใดนั้นเอง ฝ่ามือที่เย็นเยียบราวกับน˺าแข็งก็วางลงบนไหล่ของฉินเฉาเสียก่อน“พอเถอะ….. ไม่อย่างนั้นทัณฑ์สายฟ้าจะผ่าลงมา”ดูเหมือนว่าเสียงนี้จะมีพลังที่ช่วยปลุกเขาให้ได้สติขึ้นมาฉินเฉาพลันตื่นตระหนก และรีบโคจรพลังลมปราณในทันทีกระบี่ปทุมพิสุทธิ์ที่กำลังรับพลังอยู่จึงหยุดชะงัก และค่อย ๆ จางหายไปในอากาศทันทีที่ปี้ฟางเห็นคนคนนี้ เธอก็พลันตกตะลึงเธอรีบบินหนีไปอย่างจำยอม และไม่สนแม้แต่อาการบาดเจ็บของตัวเองฉินเฉามองร่างนั้นด้วยสายตาที่คมปลาบ และคิดที่จะไล่ตามไปแต่ในเวลานี้ ฝ่ามือเดิมกลับคว้าแขนของเขาเอาไว้“ไม่เป็นไร ปล่อยเธอไป ไม่ต้องตามไปหรอก ถึงยังไงเธอก็แค่ถูกเฮยฉีหลินหลอกลวงอยู่เท่านั้น”ฉินเฉาหันหน้าไปมองซวนหยวนอิงจี๋ที่อยู่ด้านหลัง“เธอมาทำอะไรที่นี่?”ฉินเฉาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามเช่นนี้“ข้ามาเพื่อเตือนสติเจ้า”แววตาที่ซวนหยวนอิงจี๋มองฉินเฉานั้นเต็มไปด้วยความรักใคร่แต่เพียงไม่นานเธอก็มีท่าทีสงบลง เธอยืนอยู่ตรงนั้น ไม่สนใจแม้ว่าเท้าเล็ก ๆ ที่ขาวโพลนจะเหยียบอยู่