“เป็นนายนั่นแหละ ที่วิ่งเข้ามายั่วโมโหตอนที่ฉันกำลังงานยุ่ง แล้วยังมาถามหาความรับผิดชอบจากฉันอีก!”“โอเค เป็นความผิดของผมเอง ผมมันไม่ดีเอง โอเคมั้ย?”ฉินเฉารู้แล้วว่าการจู้จี้กับเธอต่อไปเรื่อย ๆ นั้นไม่เป็นผล ซูเฟยเป็นคนที่แข็งกร้าวมาก น่ากลัวว่าถ้าหากเขายังเถียงกับเธอไปมากกว่านี้เรื่องมันจะไม่มีวันจบสิ้นเขาจึงยอมรับความผิด ตราบใดที่มันสามารถทำให้ซูเฟยสงบสติอารมณ์ลงได้“เหอะ!”เมื่อเห็นว่าฉินเฉายอมรับผิด ความโกรธในใจของซูเฟยก็ผ่อนบรรเทาลงผู้ชายคนนี้ช่างไร้หัวใจเสียจริงเธอคิดถูกหรือเปล่าที่ยกน้องสาวให้เขาไป“เอาล่ะ ตอนนี้พวกเราก็ใจเย็นลงแล้ว…..”ฉินเฉาค่อย ๆ ลดระดับเสียง แล้วกล่าวออกมาอย่างช้า ๆ “บอสซูผมรู้ว่าคุณเป็นปืนใหญ่ ผมไม่กล้าไปยั่วโมโหคุณหรอก แต่คุณช่วยบอกผมทีได้มั้ยว่าตอนนี้ซูจีอยู่ที่ไหน ถ้าคุณบอกมา ผมจะยอมเป็นวัวเป็นม้าให้คุณเลย ดีมั้ยครับ?”“ไสหัวไปซะ!”แต่ใครจะรู้ว่านอกจากซูเฟยจะไม่ตอบแล้ว เธอยังหยิบแจกันที่อยู่บนโต๊ะมาปาใส่เขาด้วยฉินเฉาเอี้ยวตัวหลบ ก่อนที่จะวิ่งออกไปจากห้องและปิดประตูเพล้ง! เสียงแจกันกระแทกกับบานประตูจนแตกกระจาย“เชี่ย ทำไมเธอถึงอารมณ์เสียขนาดนี้เนี่ย!”ฉินเฉาเช็ดเหงื่อที่ไหลอยู่บนหน้าผาก“ฉันบอกนายแล้ว ว่าในช่วงวันสองวันนี้ผู้อำนวยการซูกำลังอารมณ์ไม่ดี นายก็ไม่เชื่อ แถมยังไปยั่วโมโหเธออีก”ฉินหลิงถอนหายใจเฮือกใหญ่อยู่ข้างหลัง และบ่นเรื่องที่ฉินเฉาไม่ยอมฟังคำพูดขอ