ไปด้วยเครื่องหอมและสิ่งของอื่น ๆ แต่ก็พอจะได้กลิ่นอับจาง ๆ อยู่บ้าง ภายในบ้านเก่าหลังนี้ มีกลิ่นของคนแก่โชยมา
ชายชราผมสีดอกเลาคนหนึ่งกำลังนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงกลางห้อง
“คุณปู่ คุณปู่!”
ลั่วจือซินพูดด้วยเสียงสะอื้น ขณะที่เธอก็จับมืออันเหี่ยวย่นของปู่เอาไว้
แม้ว่ามือของปู่จะยังมีความอบอุ่นอยู่ แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ราวกับว่าคุณปู่ได้จมอยู่ในห้วงแห่งฝันอันยาวนาน
ชายหนุ่มสวมชุดสูทคนหนึ่งส่ายหัวและถอนหายใจ
“ตอนนี้เราก็ยังหาสาเหตุไม่เจอ”
“แต่ทางโรงพยาบาลยืนยันว่า ตอนนี้คุณปู่เข้าสู่ภาวะเจ้าชายนิทรา”
“แม้จะไม่กล้าฟันธงว่าจะตื่นขึ้นมาไม่ได้ แต่โอกาสที่จะตื่นขึ้นมานั้นน้อยมาก…”
เขาคือ ลั่วอวิ๋น พี่ชายคนโตของลั่วจือซิน
ช่วงหลังมานี้ เขาอยู่ใกล้ชิดกับคุณปู่มากที่สุด จึงเข้าใจเรื่องอาการป่วยของคุณปู่มากกว่าใคร
ลั่วจือซิน มองคนรอบข้างด้วยความโกรธเล็กน้อย จากนั้นจึงถามต่อ
“หาสาเหตุไม่พบเหรอ? มันเป็นไปได้อย่างไร!”
“ช่วงที่คุณปู่ป่วย พวกเราพยายามอย่างเต็มที่เพื่อมอบสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดให้กับคุณปู่แล้ว!”
“ก่อนหน้านี้ยังมีการพูดคุยกันว่าอาการของคุณปู่ดีขึ้นแล้ว กลายเป็นว่าอยู่ดี ๆ ท่านก็กลายมาเป็นเจ้าชายนิทราได้อย่างไร! ทั้งที่อาการของคุณปู่ไม่ได้มีความเสี่ยงเกี่ยวกับภาวะนี้เลยนะ!”
แม้ลั่วจือซินไม่ได้ดูแลงานด้านนี้ในโรงพยาบาล แต่เธอก็มีความรู้เกี่ยวกับภาวะเจ้าชายนิทราอยู่บ้าง
ตราบใดที่ถูกประกาศว