งั้นเหรอ!”ชิงซิ่วเหลือบมองศิษย์ของเธอด้วยความไม่พอใจ“อาจารย์…. ขะ ข้ามีเรื่องเร่งด่วนมาบอกพวกท่าน”หยวนเมิ่งบินเข้าไปใกล้และกล่าวอย่างกระวนกระวาย “ข้าได้ยินพี่ใหญ่ฉินบอกว่าสุสานซานไห่นั้นทรงพลังมาก… และพื้นฐานการฝึกตนของซวนหยวนอิงจี๋…ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้อยู่ในขั้นเนื้อเซียน…. ถ้าหากพวกเราผลีผลามบุกเข้าไป พวกเราอาจจะถึงตายเลยก็ได้”“เจ้าหนุ่มฉินบอกเช่นนั้นเหรอ?”ชิงซิ่วหันหน้าไปมองฉินเฉาที่กำลังท่องกระบี่ตามหลังมา“ค่ะ….”หยวนเมิ่งพยักหน้าซ˺าแล้วซ˺าเล่า“ถึงแม้ว่าฉินเฉาจะยังเด็ก แต่เขาก็เห็นโลกใบนี้มาไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นพื้นฐานการฝึกตนของเขายังอยู่ในระดับที่สูงมาก คำพูดของเขาก็ค่อนข้างที่จะน่าเชื่อถือด้วย”ชิงเม่ยขบคิดสักพัก ก่อนที่จะกล่าวออกมา “ในเมื่อเขาบอกว่าสุสานซานไห่มีพลังที่แข็งแกร่งมาก ครั้งนี้พวกเราก็จะเชื่อเขาดูก่อนและเมื่อถึงเวลา พวกเราก็จะได้รู้กันเอง”สำนักง๊อไบ๊วางแผนที่จะไม่ลงมือชั่วคราว“เฮ้อ เท่านี้ข้าก็โล่งใจได้แล้ว…..”หยวนเมิ่งถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก“โอ้ ศิษย์น้อง ตอนนี้ในหัวของเจ้ามีแต่พี่ใหญ่ฉินอยู่เต็มไปหมด”ศิษย์หญิงในสำนักง๊อไบ๊อดไม่ได้ที่จะหยอกเย้า“ศิษย์พี่หยวนเซียง ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย ทะ ท่านพูดอะไรไร้สาระ…..”ใบหน้าเล็ก ๆ ของหยวนเมิ่งกลายเป็นสีแดงก˹า“บอกว่าไม่ใช่ แต่ดูเจ้าหน้าแดงสิ แดงยิ่งกว่าพระอาทิตย์ตกดินเสียอีก”หยวนเซียงชี้ไปยังพระอาทิตย์ตกดินซึ่งสะท้อนแ