เขาตายมานานเกินไป ก็เลยลืมเรื่องต่าง ๆ ไปมากมายงั้นเหรอ?“แกคือจอมมารอู๋จี๋งั้นเหรอ?”ฉินเฉามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่อีกด้าน “ฉันคิดว่าแกจะเป็นตาแก่ใกล้ตายเสียอีก”“เจ้าเรียกตัวเองว่าอะไรนะ?”จอมมารอู๋จี๋หน้าซีดเซียว “เจ้าคือ….ประมุขนิกายหลัวซางั้นเหรอ?”คนที่จะทำให้หุ่นเชิดปีศาจมีความสุขได้ นั่นก็คือเจ้านายของพวกเธอ“ใช่ ฉันคือประมุขนิกายหลัวซา เป็นศิษย์ของหลัวเต๋อ”“เป็นไปไม่ได้!”จอมมารอู๋จี๋ตะโกนออกมาทันที “ผีชราหลัวเต๋อไม่มีศิษย์ที่ไหนทั้งนั้น! เขาทั้งเย่อหยิ่งและขี้ระแวงถึงเพียงนั้นจะไปมีศิษย์ได้ยังไง! ยิ่งไปกว่านั้น ข้าก็ไม่เคยได้ยินเรื่องของเจ้ามาก่อน! สิ่งที่เจ้าพูดมันเป็นเรื่องเหลวไหลทั้งหมด”“เรื่องเหลวไหลงั้นเหรอ?”ฉินเฉายิ้มออกมา “รอให้แกได้ชิมรสชาติฝ่ามือเก้าเร้นลับ แกก็จะได้รู้เอง”ฉินเฉากล่าวออกมา ก่อนที่ร่างของเขาจะพุ่งไปปรากฏตัวต่อหน้าจอมมารอู๋จี๋ และกระแทกฝ่ามือซ้ายที่มีสีขาวบริสุทธิ์ราวกับหยกใส่อีกฝ่าย“เจ้าก็ลองดูสิ!”มารพิฆาตม้วนตัวและก่อตัวขึ้นเป็นเกราะป้องกันเพื่อที่จะหยุดฝ่ามือของฉินเฉาตูม!ปราณปีศาจและมารพิฆาตต่างพัวพันกัน เปลวไฟสีขาวได้พวยพุ่งเข้าปะทะกับมารพิฆาต“มารพิฆาตที่กำลังปกป้องร่างกายของข้าแข็งแกร่งกว่าที่ครอบคลุมเมืองนี้เป็นพันเท่า! ลำพังแค่ผู้ฝึกตนที่อยู่ในขั้นประกายแสงอย่างเจ้าจะมาสู้กับข้าได้ยังไง!”สีหน้าของจอมมารอู๋จี๋ดูโหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก“ขั้นประกายแสง?”ฉินเ