ต่ดูเหมือนว่าชาวเมืองในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้กำลังประสบกับโชคร้าย เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จอมมารอู๋จี๋จะเกิดบ้าคลั่งขึ้นมา และเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นหุ่นเชิดมารพิฆาต“ศิษย์น้องหยวนเมิ่ง ข้ารู้สึกได้ถึงความมืดมิดที่ลอยคลุ้งอยู่ในเมืองแห่งนี้”ศิษย์ของสำนักง๊อไบ๊หลายคนติดตามชิงซิ่วและเจ้าสำนักชิงเม่ยมายังเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ และทันทีที่มาถึง ทุกคนก็เกิดความรู้สึกเดียวกันศิษย์หญิงคนหนึ่งที่มีความสามารถมากกว่าหยวนเมิ่งเอ่ยกระซิบเสียงเบา“ใช่ ศิษย์พี่….ข้ารู้สึกหดหู่ชอบกล”หยวนเมิ่งอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าไป และกล่าวออกมา“ระวังตัวด้วย ในอากาศมีไอมารพิฆาตของปีศาจตนนั้น”ชิงซิ่วเหวี่ยงกระบี่ในมือ ปราณกระบี่ที่รุนแรงพัดรอบตัวหยวนเมิ่งเพื่อชำระล้างวิชามารพิฆาตที่มองไม่เห็นเหล่านั้นออกไป “ไอมารพิฆาตเหล่านี้มีผลกระทบต่อพวกเราผู้ฝึกตนอย่างมหาศาล หากไม่ระวังจะถูกจิตมารเข้าแทรกได้ ดังนั้นทุกคนจะต้องรักษาจิตวิญญาณให้มั่นคงเพื่อหลีกเลี่ยงวิชาของปีศาจอาวุโสตนนั้น”“เข้าใจแล้ว อาจารย์”หยวนเมิ่งและศิษย์อีกหลายคนกล่าวรับคำ“โอ้ ไม่รู้ว่าปีศาจตนนั้นไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ข้าสัมผัสถึงร่างที่แท้จริงของเขาไม่ได้เลย”คิ้วสีดำขลับของชิงเม่ยขมวดติดกันแน่น“ปีศาจตนนั้นแข็งแกร่งมาก ศิษย์พี่จะต้องระวังตัวเองไว้”ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น จู่ ๆ ศิษย์ของง๊อไบ๊ก็ชี้นิ้วออกไป “อาจารย์ ท่านเจ้าสำนัก พวกท่านดูนั่นสิ