“คุณจิน คุณคงจะเดินได้ไม่สะดวก คุณอยากให้ฉันเตรียมคนไปส่งคุณมั้ยคะ?”หลัวชิงหลินแสยะยิ้มเยาะเย้ยพลางมองไปที่จินหมิงเฟิน “เพราะที่นี่คงจะไม่ต้อนรับคุณแล้ว”ตอนนี้จินหมิงเฟินถูกตัดขาไปหนึ่งข้าง เมื่อได้ยินคำว่าเดินได้ไม่สะดวก เขาจึงรู้สึกอ่อนไหวกับมันมากเขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันและจ้องมองหลัวชิงหลินด้วยความเย็นชาหลัวชิงหลินไม่ได้สนใจ เพราะเธอต้องการที่จะยั่วโมโหผู้ชายคนนี้อยู่แล้วใครใช้ให้เขามาก่อเรื่องอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้นแบบนี้ล่ะ“พี่ใหญ่ พวกเราออกไปกันก่อนเถอะ…..”เกาเจียเฉิงเองก็เห็นแล้วเช่นกัน นอกจากวันนี้จะไม่สามารถก่อเรื่องได้แล้ว พวกเขายังกลายเป็นตัวตลกแทนพวกเขาจึงพากันออกจากโรงแรมไปด้วยความอับอาย“มารดามันเถอะ! ฉันไม่ยอมหรอก! ฉันจะต้องฆ่าผู้หญิงคนนั้นให้ได้! แล้วไอ้บอดี้การ์ดเองซวยนั่น มันเป็นใครกันแน่!”ทันทีที่ออกมาจากโรงแรม จินหมิงเฟินก็ระเบิดอารมณ์ด้วยการทุบรถเข็นและตะโกนด่าทอออกมา“พี่ใหญ่ ดูเหมือนว่าตัวตนของมันจะไม่ธรรมดา”เกาเจียเฉิงสังเกตเห็นบางอย่าง “พี่ใหญ่ไม่เห็นหรือไง พอหลิวอี้หมิงได้เห็นหนังสือรับรองของมัน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปและไม่กล้าเข้าไปจับมันแล้ว”“บัดซบ หลิวอี้หมิงไร้ประโยชน์จริง ๆ! หัวหน้ากองกำลังตำรวจอะไร ก็แค่ผายลมเท่านั้น!”เมื่อไม่มีคนอื่นอยู่ใกล้ ๆ จินหมินเฟินก็สบถออกมาอย่างไร้ความปรานี“พวกเราไม่มีทางแก้แค้นมันได้เลยหรือไง?”“พี่ใหญ่ พวกเราคงจะต้องกลืนความแค้