ะการ
ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่ แต่เมื่อเขาเอ่ยปากพูด สายตาก็เหลือบมองแต่หานชิงอวี่ที่อยู่ด้านข้าง
ราวกับว่าถ้อยคำที่ร้ายกาจเหล่านั้นไม่ได้เอ่ยขึ้นเพื่อเขา แต่เอ่ยขึ้นเพื่อหานชิงอวี่ต่างหาก
อิงชื่อจ้งก็พอจะเดาได้ราง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเรื่องแบบนี้มักจะเกิดขึ้นในโรงพยาบาลศูนย์เป็นประจำอยู่แล้ว
แทบจะทุกคนที่มากความสามารถ แต่หัวใจกลับเต็มไปด้วยความอิจฉา เมื่อได้พบกับหานชิงอวี่ ก็ส่งผลให้ภาวะทางอารมณ์เปลี่ยนแปลงไปบ้าง
เห็นได้ชัดว่าหลินหม่านชางก็เป็นหนึ่งในนั้น
อิงชื่อจ้งรู้สึกไม่เป็นตัวเอง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลินหม่านชางในสภาวะอารมณ์เช่นนี้
แม้จะรู้ว่าการกระทำของหลินหม่านชางนั้นไม่ถูกต้อง แต่อีกฝ่ายก็เป็นหนึ่งในแพทย์ที่เขาชื่นชอบ
ในตอนนี้เขาจึงทำได้เพียงยืนอยู่เฉย ๆ และปล่อยให้หลินหม่านชางตำหนิต่อไป
“ที่ไม่อนุญาตให้ผู้ป่วยขยับตัวพร่ำเพรื่อ และไม่อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล แน่นอนว่ามีเหตุผล”
“ตอนนี้ผู้ป่วยอยู่ระหว่างการพักฟื้นหลังจากถูกไฟไหม้ และแผลยังไม่หายดีทั้งหมด”
“แม้ผิวหนังบริเวณที่ถูกไฟไหม้จะหายดีแล้ว แต่ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดตุ่มน้ำหรือแผลฉีกขาดได้ หากเผลอก็อาจทำให้ติดเชื้อได้ จึงต้องอยู่ในวอร์ดผู้ป่วยในเพื่อสังเกตอาการ”
“เหตุผลอีกอย่างคือ ต่อมเหงื่อถูกไฟไหม้ ทำให้ร่างกายผู้ป่วยมีปัญหาเรื่องอุณหภูมิ ดังนั้นจึงต้องให้แพทย์มาช่วยผู้ป่วยวัดอุณหภูมิร่างกาย”
“ผู้อำนวยการหลิน คุณลอง