”เฉิงอิงหันไปถามเอกอัครราชทูตเพื่อคลี่คลายสถานการณ์อันน่าอึดอัด“ครับ สัญญาณทั้งหมดถูกระงับเอาไว้แล้ว ชาวอเมริกันพวกนี้เจ้าเล่ห์มาก พวกเขาไม่ยอมให้พวกเราส่งข้อมูลกลับไปได้ และเมื่อสักครู่นี้เจ้าหน้าที่ทางการทหารแจ้งเข้ามาว่ามีกองทัพทหารล้อมรอบสถานทูตเอาไว้ อย่าว่าแต่ส่งสัญญาณอะไรเลย ถึงจะบินก็ยังบินไม่ได้”เอกอัครราชทูตหวังกล่าวว่า “แต่พวกคุณไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ ถึงพวกเขาจะกล้าล้อมที่นี่ แต่พวกเขาก็ไม่กล้าบุกเข้ามา สถานทูตแห่งนี้สามารถปกป้องพวกคุณได้”“ฉันอยากกลับบ้าน…..”เจิ้งซือฉีกล่าวด้วยความหดหู่ “ฉันไม่อยากแก่ตายอยู่ในสถานทูตหรอกนะ”เมื่อเห็นว่าเจิ้งซือฉีดูวิตกกังวล เฉิงอิงก็แอบกังวลไปด้วยเช่นกันถ้าหากถูกล้อมแบบนี้ต่อไป สุดท้ายเจิ้งซือฉีก็จะต้องยอมก้มหัวให้กับสหรัฐฯ ด้วยเหตุผลทางด้านจิตวิทยาอย่างแน่นอนเมื่อถึงเวลานั้น สิ่งที่พวกเธอได้ทุ่มเทมาทั้งหมดก็จะสูญเปล่า!“คุณอยากกลับบ้านจริง ๆ เหรอ?”ในขณะนั้นเอง ฉินเฉาที่นั่งอยู่ที่มุมหนึ่งและไม่ได้พูดอะไรมานาน ก็เปิดปากพูดออกมาอย่างกะทันหัน“ค่ะ”เจิ้งซือฉีพยักหน้า “ที่นั่นมีคนในครอบครัวของฉัน มีเพื่อนของฉันอยู่… แต่ที่นี่ไม่มีอะไรเลยนอกจากห้องวิจัยที่เหน็บหนาว”“เอาล่ะ ผมสามารถส่งคุณกลับบ้านได้”ฉินเฉาลุกขึ้นยืน ก่อนที่เขาจะปรบมือและพูดออกมา “แต่ผมหวังว่าคุณจะยอมรับเงื่อนไขของผม”“เงื่อนไขอะไรคะ?”“ผมจะบอกคุณทีหลัง แต่คุณจะต้องทำสัญญากับผมก่อน