ูดเตือนความจำของหยินเทียนเฉิงขึ้นมา
“ท่านผู้อำนวยการ คุณอาจลืมไปแล้ว ตอนที่เด็กชายคนนั้นมาที่นี่ในครั้งก่อน ผมเป็นคนต้อนรับคุณเองไงครับ”
สายตาของหยินเทียนเฉิงในเวลานี้ช่างเย็นชาเกินกว่าที่เขาจะเชื่อได้
เมื่อครั้งก่อน หยินเทียนเฉิงพูดสุภาพกับเขามาก และยังบอกอีกด้วยว่า หากภายภาคหน้านี้มีเรื่องให้ช่วยเหลือ ก็ขอให้บอกกล่าวมาได้ทุกเมื่อ
ผ่านมาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่นานมากนัก หรือผู้อำนวยการจะเป็นคนผิดคำพูดอย่างนั้นเหรอ?
เป็นไปไม่ได้
เจี๋ยเป่าปฏิเสธความคิดนี้ในทันที เพราะสำหรับผู้ใหญ่อย่างหยินเทียนเฉิงแล้ว การจะพูดคุยกับเขาสักสองสามคำในงานเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องยาก
ทว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ มีเพียงความเป็นไปได้เดียว นั่นคือเขาคงไปทำอะไรให้ท่านผู้นี้โกรธเข้าเสียแล้ว
เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้ เหงื่อบนหัวของเจี๋ยเป่าก็ซึมออกมาช้า ๆ
ลั่วจือซินอาศัยจังหวะนี้ซ้ำเติม “บางคนอย่าอยากได้หน้าด้านนักเลย การต้อนรับกับการรักษาคนไข้นี่คนละเรื่องกันนะ”
“ทั้งที่สวมเสื้อกาวน์สีขาวอยู่ในโรงพยาบาลเหมือนกัน ทว่าหมอหานกลับเอาแต่ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นทั้งวัน”
“ส่วนบางคนน่ะ ทำหน้าที่เสมือนพนักงานบริการในโรงพยาบาลเท่านั้น”
“ท่าผู้อำนวยการก็ไม่ใช่คนโง่ คงจะรู้ว่าระหว่างสองคนนี้ ใครกันแน่ที่ทุ่มเทอย่างแท้จริง”
ประโยคนี้ไม่เพียงทำให้เจี๋ยเป่าอึ้งจนพูดไม่ออก แต่ยังทำให้หยินเทียนเฉิงที่กำลังจะเอ่ยปากต้อง