พลันตื่นตระหนก“กะ แกคือฉินเฉา”“โอ้ ดูเหมือนว่าความหล่อของฉันจะสะดุดตาจริง ๆ”ฉินเฉาพ่นควันออกมาและเอ่ยกับอีกฝ่ายอย่างยิ้มแย้ม“ฉินเฉา แกกล้าทำร้ายลูกชายของฉัน แล้วยังจะกล้าบุกเข้ามาถึงบ้านตระกูลซื่ออีก!”คุณนายหวังเดือดดาลขึ้นมา เมื่อเห็นศัตรูของเธอ ดวงตาก็กลายเป็นสีแดง“ลูกชายของเธอสมควรที่จะได้รับบทเรียน”ฉินเฉาพ่นควันออกมาเป็นวงกลม “ที่ฉันยังรักษาชีวิตของหมาเอาไว้ก็นับว่าเมตตามากแล้ว”“แกจะได้ใจเกินไปแล้ว!”คุณนายหวังไม่พอใจเป็นอย่างมาก “ในเมื่อแกมาหาที่ตายถึงในบ้านตระกูลซื่อ พวกเราก็จะช่วยให้แกได้ตายสมใจ!”“พวกแกต่างหากที่กำลังหาที่ตาย”ฉินเฉากล่าวเบา ๆ ก่อนที่จะเขี่ยขี้เถ้าบุหรี่ “พวกแกมีชะตาที่จะต้องตายตั้งแต่วินาทีแรกที่มายุ่งกับฉันแล้ว”“ฉินเฉา ฉันรู้ว่าแกคือนายท่านฉินผู้โด่งดังบนท้องถนน”ในเวลานี้ซื่ออู๋จี๋ได้กล่าวขึ้นมา พร้อมกับแย้มรอยยิ้มเย็นชา “แต่มันก็แค่บนถนนเท่านั้น ตอนนี้แกกล้าบุกเข้ามาในถิ่นของพวกเราด้วยตัวคนเดียว ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะชื่นชมความกล้าหาญของแกหรือว่าจะหัวเราะเยาะให้กับความโง่ของแกดี ปั๋วเย!”“ครับนายท่าน!”ปั๋วเยหยิบปืนออกมาจากหน้าอกและยิงกระสุนหนึ่งนัดขึ้นไปบนเพดานเสียงของกระสุนหนึ่งนัดเรียกความสนใจจากบอดี้การ์ดของตระกูลซื่อทันทีจากนั้นชายชุดดำประมาณ 40 – 50 คนก็รีบรุดเข้ามาในบ้านและล้อมฉินเฉาเอาไว้ชายชุดดำเหล่านี้หยิบปืนออกมาจากอกและเล็งไปที่ศีรษะของฉินเฉา“เห