ิ่งที่ฉินซานไห่พูดในเวลานี้ คือผลลัพธ์จากการหารือภายในโรงพยาบาลก่อนหน้านี้
เฝิงเว๋ยรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล เขาจึงมองไปรอบ ๆ เหล่าผู้บริหารและคณะกรรมการของโรงพยาบาล และพบว่าทุกคนต่างก็มองมาที่เขาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
หลังจากที่เกิดเรื่องวุ่นวายในโรงพยาบาลเมื่อวานนี้ นอกจากเฝิงเว๋ย ก็ไม่มีผู้ใดที่จะมีแรงจูงใจในการทำแบบนั้นอีกแล้ว
บริษัทตระกูลเฝิงอยากแข่งขันกับหาน เทคโนโลยีอย่างไรก็ได้ไม่มีปัญหา แม้กระทั่งภายในโรงพยาบาลเอง ก็อยากให้ทั้งสองบริษัทแข่งขันกัน เพื่อที่ราคาค่าบริการที่ให้กับโรงพยาบาลอาจจะลดลง
แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ กลับกลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับชื่อเสียงของโรงพยาบาล
เฝิงเว๋ยสำนึกได้ถึงจุดนี้ แต่เขาก็ยังอยากดิ้นรนต่อ จึงกล่าวออกมาว่า
“ท่านคณบดีฉินด่วนสรุปเกินไปหรือเปล่าครับ?”
“เรื่องเมื่อวาน บริษัทตระกูลหานอาจจะเป็นคนกำกับ เขียนบท และแสดงเองก็ได้”
หานเหวินซานและอวี๋ฟางที่นั่งอยู่หันไปมองเฝิงเว๋ยทันที แววตาที่กดดันของทั้งสองทำให้เขาตัวสั่น
อวี๋ฟางลดเสียงลง ก่อนพูดประโยคหนึ่งว่า
“สมเป็นลูกชายเฝิงต้าลู่จริง ๆ นิสัยเหมือนพ่อเขาเป๊ะ”
ประโยคนี้เต็มไปด้วยความรังเกียจ เห็นได้ชัดว่าอวี๋ฟางไม่ค่อยชอบพ่อของเฝิงเว๋ยเท่าไหร่นัก
ฉินซานไห่ก็กล่าวต่ออันที
“ถ้าคุณเฝิงสงสัยอะไรก็ถามมาได้เลย”
ประโยคนี้ฟังดูเหมือนจะเบี่ยงเบนประเด็นไปบ้าง เพราะฉินซานไห่เองก็ไม่ค่อยชอบเฝิงเว๋ยเท