้ายชายชราคนนี้ก็กล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ดำคล˺า“หลัวหรูเมิ่ง หยุดเดี๋ยวนี้! เรื่องที่เจ้าอยากรู้ เซียนผู้นี้จะบอกเจ้าเอง!”“บอกตั้งแต่แรกก็จบเรื่อง”เมื่อหลัวหรูเมิ่งได้ยินแบบนั้น เธอก็เหลือบตามอง จากนั้นพลังลมปราณที่กำลังบีบอัดในมือก็พลันหยุดลงตราประทับหมอกและตะเกียงตรวจจับวิญญาณจึงยังปลอดภัยอยู่ชั่วคราวซวนหยวนเย่หยู่ผ่อนลมหายใจออกมายาว ๆอันตรายเกินไปแล้ว!“อย่างที่เซียนผู้นี้ได้กล่าวเอาไว้ว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร”ตงฟางเต๋อกลอกตาไปมา แล้วกล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม “มันเป็นเพียงกฎของยอดเขาหมอกเท่านั้น ผู้ที่ได้รับตราประทับหมอกและตะเกียงตรวจจับวิญญาณจะมีสิทธิ์ในการเป็นเจ้าสำนักของยอดเขาหมอกอย่างถูกต้อง และในยอดเขาหมอกยังมีกำแพงหินลับ ที่มีคาถาซึ่งจารึกเอาไว้ด้วยตระกูลหลักทั้งสี่แห่งยอดเขาหมอก มีเพียงตราประทับหมอกเท่านั้นที่จะสามารถเปิดมันได้ และจะต้องใช้ตะเกียงตรวจจับวิญญาณส่องให้เห็นคาถาที่อยู่บนนั้น”ทุกคนเข้าใจเรื่องนี้ทันทีที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ มันก็เหมือนกับการใช้ไม้เท้าตีสุนัขของพรรคกระยาจกที่แท้ก็เป็นหลักฐานยืนยันการเป็นเจ้าสำนัก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกเขาจึงเคร่งเครียดแบบนั้น“เป็นเช่นนี้นี่เอง…..”หลัวหรูเมิ่งคลี่ยิ้มออกมา“เรื่องก็เป็นเช่นนี้ ดังนั้นได้โปรดคืนสมบัติมาให้พวกเรา”ตงฟางเต๋อกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว“คืนให้มารดาเจ้าน่ะสิ!”หลัวหรูเมิ่งตะโกนออกมาทันที ทันใดนั้นพลังลมปราณในมือของเ