ก็ดังขึ้นมาทันที“เหล่าสำนักที่เป็นพันธมิตรกัน พวกเจ้าชื่นชอบของขวัญชิ้นใหญ่จากข้าหรือเปล่า”ควันสีดำค่อย ๆ รวมตัวกันเหนือยอดเขาหมอกแห่งนี้อย่างช้า ๆในเวลาเดียวกัน โครงกระดูกก็ผุดขึ้นมาจากพื้นดินและลุกขึ้นยืนโครงกระดูกเหล่านี้มีจำนวนมากกว่าสิบร่าง พวกมันยืนเรียงกันเป็นแถว โดยแต่ละร่างจะถือกระดูกชิ้นยาวเอาไว้ในมือและถ้าหากมองดี ๆ จะพบว่าพวกมันกำลังแบกบัลลังก์โครงกระดูกเอาไว้บัลลังก์ที่เห็นอยู่นี้มีขนาดใหญ่มาก มันสูงถึงสามเมตร และมีไอหยินที่ข้นคลั่กนอกจากนี้ยังมีหนามกระดูกที่แหลมคมรายล้อมอยู่รอบ ๆ บัลลังก์จากนั้นชายผู้สวมเสื้อคลุมสีดำก็ค่อย ๆ ทรุดตัวนั่งลงบนบัลลังก์กระดูกด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม“เฉินตง!”“นิกายเหยียนลั่ว!”“ที่แท้ก็เป็นพวกคนถ่อยอย่างพวกเจ้า!”ผู้ฝึกตนที่อยู่ที่นี่จดจำชายที่สวมเสื้อคลุมสีดำคนนี้ได้ดี“ใช่แล้ว เป็นข้าเอง”เฉินตงหัวเราะออกมา จากนั้นเขาก็ชี้นิ้วไปยังผู้ฝึกตนหลาย ๆ คนที่กำลังยืนอยู่ แล้วกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม“ดูสิ คนเหล่านี้ได้กลายเป็นตัวหมากของข้าแล้ว”“อะไรนะ?”หลังจากนั้นเหล่าผู้ฝึกตนก็ได้สังเกตเห็นแล้วว่า ผู้ฝึกตนหลายคนที่กำลังยืนนิ่งอยู่นั้นมีดวงตาล่องลอย และยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนไปไหน“พวกเขาเป็นผีดิบแล้ว”จู่ ๆ ฉินเฉาที่เงียบไปนานก็พูดออกมา“ใช่แล้ว นี่คือราชาผีดิบของข้า!”เฉินตงหรี่ตามองฉินเฉาเล็กน้อย “ข้าได้ซ่อนเร้นกายเอาไว้ ในตอนที่พวกเจ้ากำลังดูการแข่งขันอยู่