ก็ไม่แน่เสมอไปหรอก ผู้อาวุโส”ฉินเฉาดื่มชา และกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม“จะไม่แน่เสมอไปได้ยังไง ในเมื่อรู้ผลแล้วว่า…..”คำพูดของหั่วเหยียนหยุดชะงักไปทันทีเนื่องจากในบริเวณที่ถูกมังกรไฟและถูกต้นไม้บดขยี้เมื่อสักครู่นั้นกลับมีร่างอันงดงามที่ลุกขึ้นมาอย่างช้า ๆชุดตำรวจได้ถูกปกปิดไปด้วยชุดเกราะหินสีดำสนิทเปลวเพลิงสีแดงฉานกำลังลุกไหม้อยู่บนชุดเกราะหิน แต่มันกลับไม่ทำอันตรายใด ๆ ต่อเธอเลยต้นไม้ถูกหักโค่นลงมาจนกลายเป็นสองท่อน ราวกับส้อมที่เสียบอยู่บนพื้นดิน“คิดว่าจะเอาชนะฉันได้งั้นเหรอ?”อ้ายเสี่ยวเสวี่ยยังคงยืนอยู่ที่เดิม แม้แต่ใบหน้าของเธอก็ถูกเกราะหินปกปิดเอาไว้ ทำให้มองไม่เห็นสีหน้าของเธอได้อย่างชัดเจน “ไร้เดียงสาจริง ๆ … เข้ามาหาฉันซะสิ!”เธอกล่าว ก่อนที่จะโบกมือทันใดนั้น พื้นดินที่อยู่ด้านข้างก็ม้วนตัวขึ้นจากนั้นแขนหินที่ทรงพลังก็คว้าร่างอันเตี้ยม่อต้อของถู่คุนที่โผล่ออกมาจากพื้นดิน และยกขึ้นไปกลางอากาศถู่คุนพยายามดิ้นรนอย่างหนัก แต่ก็ไม่สามารถทำให้แขนหินคลายแรงได้เลยแม้แต่น้อย“ตราบใดที่ยังอยู่บนพื้นดิน ฉันก็จะอยู่ยงคงกระพัน”อ้ายเสี่ยวเสวี่ยมีพื้นฐานการฝึกตนอยู่ในขั้นกายทองคำชั้นที่เจ็ดถึงแม้ว่าฝ่ายตรงข้ามทั้งสามคนจะเก่งกาจ แต่ก็อยู่ในขั้นกายทองคำชั้นที่ 3 หรือ 4 เท่านั้น ซึ่งนับว่ายังห่างชั้นกับเธอมากเกินไปยิ่งไปกว่านั้นด้วยพลังของกระทิงปีศาจเก้าเร้นลับนี้ ตราบใดที่ยังอยู่บนพื้นดิน พลังป้อ