นในร่างกายของเขาได้
ทันใดนั้น เขาก็เหมือนจะนึกบางอย่างขึ้นมา จึงร้องตะโกนขึ้น
“ฉัน… ฉันไม่ได้บังคับเธอสักหน่อย คุณลองถามผู้หญิงคนนี้สิว่า เธอเป็นคนเรียกฉันมาที่นี่เองรึเปล่า!”
“ใครจะรู้ว่าหลังจากที่ฉันมาแล้ว เธอกลับเปลี่ยนใจกะทันหัน นี่มันไม่ใช่การหลอกลวงฉันรึไง!”
หลังจากพูดประโยคนี้จบ เฝิงเว๋ยหันกลับไปมองหลินเหมยเสวี่ย ที่ตอนนี้ได้ลุกขึ้นมานั่งบนเตียงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
“โอ้ อย่างนั้นเหรอ?”
“แต่เท่าที่ฉันรู้ คุณเป็นคนเสนอให้ทำแบบนี้ตอนที่เหมยเสวี่ยกำลังตกที่นั่งลำบากไม่ใช่เหรอ?”
“คุณแน่ใจใช่ไหมว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนผิดน่ะ?”
ไป๋ปิงหรี่ตามองเฝิงเว๋ยที่อยู่ตรงหน้า แล้วพูดออกมาก่อนที่หานชิงอวี่จะทันตอบโต้
การกระทำแบบนี้ หากดูผิวเผินก็อาจจะดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ แต่แท้จริงแล้วมันก็เหมือนการกู้หนี้ยืมสินที่มีดอกเบี้ยสูง ๆ นั่นแหละ
สิ่งเหล่านี้มักปรากฏขึ้นมาในยามที่ผู้คนต้องการมากที่สุด โดยใช้ตรรกะที่ไม่ยุติธรรม บังคับให้อีกฝ่ายยอมรับข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรม
ความต้องการของเฝิงเว๋ยที่มีต่อหลินเหมยเสวี่ยก็เป็นเช่นนี้
“นั่นมัน…”
เฝิงเว๋ยไม่คิดเลยว่าไป๋ปิงจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา ทำให้เขาถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ
ทว่าตอนนี้ เขาไม่สามารถสนใจเรื่องอื่นได้อีกแล้ว
เขาหลันกลับมามองหลินเหมยเสวี่ยที่อยู่ด้านหลังทันที พลางขมวดคิ้วแล้วถามออกมา
“ฮ่า ๆ ถ้าอย่างนั้น คุณก็ถามเธอเองสิ ว่าเธอรับได้ไหม