ยงไม่ใช่เพื่อให้แสงสว่าง แต่เพื่อส่องเข้าไปในหัวใจของคน”ซวนหยวนเย่หยู่กล่าว“แล้วเธอเห็นหัวใจของฉันหรือเปล่าล่ะ?”ฉินเฉาล้อเลียน“ไม่เห็นหรอก เจ้าเป็นคนเลวที่ซ่อนมันเอาไว้ลึกเกินไป”ซวนหยวนเย่หยู่กะพริบตา“นี่…”คนในนิกายหลัวซาบางคนที่ไม่รู้จักซวนหยวนเย่หยู่ อดไม่ได้ที่จะถามออกมา“ได้พบกับเจ้าสำนักซวนหยวนแล้ว”แต่ฮัวเหนียงรู้ เธอคารวะให้เจ้าสำนักยอดเขาหมอกผู้นี้“เฮ้ เจ้าสำนักอะไรกัน ได้ยินคำนี้แล้ว ข้าก็รู้สึกว่ามันเป็นการเสียดสีเอามาก ๆ”ซวนหยวนเย่หยู่โบกมือ และกล่าว“ตามข้ามาสิ ตำหนักหมอกแห่งนี้ไม่ได้มีชีวิตชีวาแบบนี้มานานแล้ว”เธอกล่าว ก่อนที่จะหันหลังและนำทางคนในนิกายหลัวซาเดินลึกเข้าไปในตำหนักหมอก“คราวนี้จะไม่พาพวกเราไปเจอกับดักหรอกใช่มั้ย?”ฉินเฉามองไปรอบ ๆ และเอ่ยถาม“คิกๆ…”ซวนหยวนเย่หยู่หัวเราะออกมา “ตราบใดที่เจ้าไม่ตีก้นข้าแบบคราวที่แล้ว ข้าก็จะไม่วางกับดักเจ้า”ซวนหยวนเย่หยู่กล่าวกับฉินเฉา ทันใดนั้นจิตสังหารมากมายก็ถูกส่งมาจากด้านข้างเมื่อซวนหยวนเย่หยู่กล่าวแบบนี้ ก็ทำให้ภรรยาทั้งหลายของเขาเข้าใจผิดได้ง่าย ๆ“นั่น นั่นเพราะฉันไม่ได้ลงโทษเธอหรือไง! ใครให้เธอนำทางฉันเข้ามาล่ะ!”ฉินเฉารีบตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว“เจ้าเข้ามาในตำหนักหมอกของข้าตอนดึกดื่น ข้าเป็นผู้หญิงนะ ข้าจะไปรู้ได้ยังไง ว่าเจ้าจะทำอะไร!”ซวนหยวนเย่หยู่ทำปากมุ่ย แล้วกล่าวว่า “ข้าพาเจ้าเข้าไปเพื่อป้องกันตัว!”“ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แบ