บนั้น…”บนหน้าผากของฉินเฉาปรากฏเส้นสีดำ “เธอแน่ใจนะว่าไม่ได้ขังฉันเอาไว้คุยด้วยเพื่อฆ่าเวลา?”“แค่ก ๆ ผ่านทางเดินนี้ไปก็จะถึงที่พักของเจ้าแล้ว”ซวนหยวนเย่หยู่กระแอมไอออกมา ก่อนที่จะหันไปมองรอบ ๆแล้วจดจ่ออยู่กับการเดิน“เธอไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย!”ฉินเฉาไล่ตามไปแล้วต่อว่า“ผู้ชายตัวโต ๆ อย่างเจ้าจะมาใส่ใจอะไรกับเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆอย่างข้ากัน เจ้าเป็นประมุขของนิกายนะ!”ซวนหยวนเย่หยู่กล่าวอย่างดูถูกดูแคลน“เชี่ย แล้วเธอไม่ใช่เจ้าสำนักหรือไง!”ฉินเฉาโต้ตอบทันที “พวกเรามีศักดิ์ศรีเท่ากันไม่ใช่เหรอ?”“ข้าเป็นผู้บัญชาการที่โดดเดี่ยว นอกจากลิงน้อยของข้าแล้ว ก็ไม่มีใครเชื่อฟังคำสั่งของข้าอีก”ซวนหยวนเย่หยู่ยักไหล่ แล้วกล่าวออกมา“ต่อไปจะไม่เป็นแบบนั้นอีก”ฉินเฉามองซวนหยวนเย่หยู่ที่มีสีหน้าอ้างว้าง จึงรีบพูดออกมาว่า“ฉันจะพาเธอออกไป”“หึ ๆ …”ซูจีผู้สวมหน้ากากเย้ยหยันออกมาทันที “ประมุขฉินต้องการจะเพิ่มจำนวนพี่น้องให้พวกเราเหรอ?”“เธอ เธอเข้าใจผิดแล้ว!”ฉินเฉาสั่นสู้ เขารีบอธิบายว่า “ฉันจะพาซวนหยวนเย่หยู่ไปที่นิกายหลัวซา ให้เธอเข้าร่วมนิกายของพวกเราเพื่อเพิ่มชื่อเสียงให้กับนิกาย!”“เป็นเรื่องจริงเหรอ?”ซูจีไม่เชื่อ“จริงแท้แน่นอน! ถ้าฉันโกหก ขอให้ฉันโดนฟ้าผ่า!”“นายไม่ถูกฟ้าผ่า!”“เอ่อ นี่… แต่ฉันพูดความจริง ฉันไม่กล้าโกหกหรอก…..”“พี่สาวคนนี้…”ซวนหยวนเย่หยู่เห็นว่าฉินเฉาที่มักจะเย่อหยิ่ง กลับยอมอดทนต่อหน้าผู้หญ