าหากตนอยากจะฆ่าเขา มันก็ยังมีวิธีอยู่แต่หากเป็นไปได้ เขาก็จะไม่ใช้จิตก่อเกิดมันไม่คุ้มค่าที่จะเสียจิตก่อเกิดของเขาไปเพื่อจู่หลงซ่างเหริน“ใครที่กำลังขวางทางอยู่ ให้รีบหลีกทางไปซะ”ไม่ว่ายังไง นิกายหลัวซาก็พ่ายแพ้ไม่ได้“สหายตัวน้อยช่างพูดจาโอ้อวด”เป่ยถังพั่วคือคนที่อยู่ในขั้นครึ่งเซียน ไม่มีใครกล้าใช้น˺าเสียงแบบนี้พูดกับเขานานมากแล้ว อย่างไรก็ตามเขาเป็นถึงผู้อาวุโส ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปถือสาหาความกับคนรุ่นหลัง “เซียนผู้นี้คือเป่ยถังพั่วครึ่งเซียนที่อยู่บนยอดเขาหมอกแห่งนี้”“ครึ่งเซียน โอ้ ข้าเจอครึ่งเซียนจริง ๆ!”“ที่แท้ก็เป็นครึ่งเซียน ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะมีพลังที่รุนแรงขนาดนี้”เหล่าผู้ฝึกตนต่างอุทานออกมาอย่างอดไม่ได้ สายตาของพวกเขาที่มองมาเต็มไปด้วยความชื่นชม“สหายตัวน้อย จงผ่อนปรนเมื่อใดก็ตามที่เป็นไปได้ ได้โปรดไว้ชีวิตจู่หลงด้วย”เป่ยถังพั่วยืนอยู่หน้าจู่หลงซ่างเหริน ทำให้จู่หลงซ่างเหรินคิดขึ้นมาในใจได้ผีแก่ผู้นี้มาช่วยเอาไว้ ในที่สุดเขาก็สามารถโล่งใจได้สักที“จงผ่อนปรนเมื่อใดก็ตามที่เป็นไปได้เหรอ?”เมื่อฉินเฉาได้ยินคำนี้ เขาก็เย้ยหยันอยู่ในใจซ˺าแล้วซ˺าเล่า “ฉันต้องเป็นฝ่ายถามว่าตอนที่พวกเรากำลังจะถูกจู่หลงฆ่า ทำไมนายถึงไม่ออกมาพูดประโยคนี้ให้มันฟังบ้าง?”“สหายตัวน้อยไม่ควรพูดแบบนี้”เป่ยถังพั่วกล่าวว่า “อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ทั้งสี่ คืออสูรศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกป้องยอดเขาหมอกของข