ี่สัตว์เทพปิดกั้นแม้กระทั่งช่องว่างอากาศ”“สลายไปซะ!”ฉินเฉาไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ เขาเรียกใช้พลังราชันย์ภูตเก้าเร้นลับพร้อมใช้เคียวสีดำฟาดฟันม่านพลังแสงตรงหน้าซ˺าแล้วซ˺าเล่าม่านพลังแสงดีดตัว แต่ไม่มีช่องว่างแม้แต่น้อย“เลิกคิดให้เสียเวลาดีกว่า”ซวนหยวนเย่หยู่นั่งอยู่บนขั้นบันไดหินในบริเวณนั้น เธอวางตะเกียงตรวจจับวิญญาณเอาไว้ข้างตัวและหยอกล้อกับลิงน้อยในอ้อมแขนในระหว่างที่มองฉินเฉา จากนั้นเธอได้พูดออกมาว่า “เจ้าทำลายอาคมสี่สัตว์เทพไม่ได้หรอก มาทำใจให้สบายและอยู่กับข้าที่นี่ดีกว่า มาเถอะ พวกเรามาคุยกัน เจ้ามาจากไหน?”“เธออย่ามายั่วโมโหฉัน!”ฉินเฉาเรียกใช้พลังฟินิกส์ทมิฬเก้าเร้นลับ เขาโบกสะบัดปีกสีดำพร้อมปลดปล่อยขนนกขนาดใหญ่ออกไปจนเกิดระเบิดและเปลวลุกโชนท่วมม่านพลังแสง“โอ้ เจ้าช่างเป็นคนหยาบคายจริง ๆ”ซวนหยวนเย่หยู่เบ้ปาก “เลิกพยายามใช้พลังมหาศาลได้แล้ว มันไม่ได้ผลหรอก”เธอตบรูปปั้นมังกรสีเขียวที่อยู่ถัดจากเธอไป “รูปปั้นทั้งสี่อันนี้สามารถดูดซับลมปราณจากโลกและอากาศ ดังนั้นลมปราณที่รูปปั้นทั้งสี่กักเก็บเอาไว้ก็มีมากมายมหาศาลไปด้วย พลังที่เจ้าปลดปล่อยออกไปมันไม่เพียงพอหรอก”“งั้นเหรอ?”ฉินเฉากล่าวเย้ยหยัน เขายื่นมือออกมาและเริ่มอัญเชิญอีกครั้ง“จงเป็นพลังให้ข้า หลีหยิน!”“ข้ารู้แล้วนายท่าน!”มังกรสีดำบินเข้าไปด้านในอาคมสี่สัตว์เทพ มันบินวนเวียนไปรอบๆ และรวมร่างกับฉินเฉาเกราะข้อมือสีดำปรากฏขึ้นมา ในขณ