ยเนื้อของฉินเฉาเข้าสู่สถานะล่องหนอย่างรวดเร็วในขณะที่เขาล่องหนอยู่นั้น เขาก็ได้ปลดปล่อยภูตผีหลัวซาที่เหมือนกับตัวเขาออกมาอย่างรวดเร็ว และสั่งให้ร่างนั้นยังคงนั่งอยู่ที่นี่ต่อไปหลังจากนั้นฉินเฉาก็เปิดดวงตาปีศาจขึ้นมา เพื่อหลีกเลี่ยงการปกปิดหรือซ่อนตัวใด ๆ ในตอนกลางคืนที่จะทำให้พบตัวเขาได้ในสถานที่แห่งนี้ในขณะที่เปิดดวงตาปีศาจอยู่นั้นเอง เขาก็พบว่าวิญญาณแรกก่อตั้งของหวางเหล่ยเริ่มพยายามที่จะออกมาจากกายเนื้อ จนในที่สุดวิญญาณของเขาก็ลอยออกมาข้างนอกและทิ้งร่างเอาไว้ข้างหลังวิญญาณแรกก่อตั้งของหวางเหล่ยยังคงรูปลักษณ์ที่เป็นเด็ก เขาหันมองซ้ายมองขวาและเมื่อพบว่าอาจารย์และศิษย์พี่ยังไม่รู้ตัว เขาก็โล่งใจและลอยออกไปนอกประตูฉินเฉาคิดว่ามีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง เขาจึงแอบตามไปเงียบ ๆสถานะล่องหนของเขาไม่สามารถลอยออกไปนอกประตูได้ เขาจึงเข้าสู่สถานะราชันย์ภูตเก้าเร้นลับเพื่อเปลี่ยนร่างของตัวเองให้กลายเป็นควันสีดำและลอดผ่านช่องของประตูออกไปข้างนอกในขณะเดียวกัน ฉินเฉาได้ใช้ความสามารถพิเศษของราชันย์ภูตเก้าเร้นลับผนวกเข้ากับปราณแห่งความวุ่นวายมาห่อหุ้มกลิ่นอายของตัวเองเอาไว้ทั้งร่างเพื่อไม่ให้ถูกพบตัวเข้าเขาติดตามวิญญาณแรกก่อตั้งของหวางเหล่ยที่กำลังลอยเข้าไปยังทิศของตำหนักบูรพาในยอดเขาหมอกแห่งนี้อย่างช้า ๆหวางเหล่ยคอยหลบเลี่ยงคนในตระกูลเป่ยถังไปตลอดทาง เขาหยุดชะงักอยู่หลายรอบ ฝั่งฉินเฉาเองก็ยังคงมีความอ