หน่อยนะ”ใบหน้าของตงฟางอิ๋งขึ้นสีแดง แต่เสียงของเธอกลับฟังดูเย็นชา“ท่านตงฟางโปรดอภัย!”หวางเหล่ยรีบกล่าวแก้ตัว “ไม่ใช่ว่าผู้น้อยไม่อยากมาเร็ว แต่ไป๋เจิ้งจับตาดูผู้น้อยอย่างเข้มงวด”“หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว”ตงฟางอิ๋งโบกมือ “เรื่องที่ข้าให้เจ้าไปจัดการเป็นยังไงบ้าง?”หวางเหล่ยรีบยื่นมือออกไป ในมือของเขามีแสงสีทองที่อยู่ในลูกประคำขนาดเล็ก“เคล็ดวิชากระบี่ราชสีห์ทองคำแห่งสำนักเซียนทองคำ ได้ถูกเก็บไว้ในลูกประคำนี้แล้ว”“ดี…”ตงฟางอิ๋งรับลูกประคำมา ก่อนจะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ“อย่างไรก็ตามเคล็ดวิชาเพลงกระบี่ราชสีห์ทองคำนี้ หากเจ้าสำนักรุ่นก่อนไม่ได้เป็นผู้ถ่ายทอดเพลงกระบี่ราชสีห์ทองคำด้วยตัวเอง มันจะอ่อนแอลงมาก ที่ข้าให้เจ้าไปรบเร้าไป๋เจิ้งเป็นยังไงบ้าง?”“เรียนท่าน ไป๋เจิ้งผู้นั้นยังคงหัวแข็งและยึดมั่นอยู่แต่กับสำนักเซียนทองคำเล็ก ๆ นั่น… หลังจากนั้นเขาก็ไม่ฟังคำแนะนำของข้า ยามที่ข้ากล่าวถึงยอดเขาหมอกแต่ละที เขาจะบอกให้ข้าหุบปากทุกเมื่อ…..”“ไร้ประโยชน์!”ตงฟางอิ๋งใช้พลังปราณห่อหุ้มเท้าก่อนจะเตะเข้าไปที่วิญญาณแรกก่อตั้งของหวางเหล่ย เขากระเด็นไปตกอยู่ข้าง ๆ ฉินเฉาทันที“โอ๊ย…”หวางเหล่ยร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด“หากไม่มีไป๋เจิ้งแล้วข้าจะอยากได้เคล็ดวิชากระบี่ราชสีห์ทองคำไปทำอะไร! หากจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ แล้วข้าจะเก็บเจ้าเอาไว้ทำไม! สู้ข้าส่งเจ้าไปให้ท่านเซียนฉื่อสกัดกลั่นเม็ดยาเก้าสิบเก้าฟ้าดินไม่ดีกว