ียชีวิตลงหลังจากนั้นไม่นาน…”“เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว”เมื่อพูดจนมาถึงตรงนี้ฉินเฉาก็เข้าใจได้ “ที่แท้ก็เป็นความแค้นเคืองของคนรุ่นก่อน…..”“เจ้าสำนักไป๋ เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาข้าเดินทางไปพบท่านถึงสำนักเซียนทองคำและรู้ว่าท่านออกเดินทางแล้ว ในตอนนี้กว่าข้าจะตามท่านทันช่างยากลำบาก เช่นนี้ทำไมในวันนี้พวกเราไม่มาประลองกันสักหน่อยล่ะ?”คำพูดของจางยู่หมิ่นเป็นหนามที่คอยกระตุ้นไป๋เจิ้ง “เจ้าสำนักไป๋ท่านคงไม่ได้กลัวหรอกใช่มั้ย”“พวกเราไม่ได้กลัวการต่อสู้”ไป๋เจิ้งยกมือสัมผัสหน้าอกอีกฝั่งแล้วพูดว่า “เพียงแต่วันนี้เป็นวันที่ควรจะแสดงความยินดีต่อความสุขที่ท่วมท้นบนยอดเขาหมอก หากหยิบอาวุธขึ้นมาน่ากลัวว่าคงจะได้พบกับลางร้าย จะเป็นการดีกว่าหากพวกเรารอเวลาเสร็จสิ้นงานแต่งงานของจู่หลงซ่างเหริน แล้วท่านกับข้าจึงมาประลองกัน ท่านเห็นควรว่ายังไง?”“ได้ยังไง!”จางยู่หมิ่นมีสีหน้าเย็นชา เขากัดฟันแน่นแล้วเอ่ยว่า “ข้ารอคอยวันนี้มาเนิ่นนาน ไป๋เจิ้ง ข้าได้ยินว่าเพลงกระบี่ราชสีห์ทองคำของท่านโด่งดังนัก จะมีพรสวรรค์หรือไม่ ฝ่ามือหลงโหยวคงต้องดูให้แน่ชัดแล้ววันนี้ฝ่ามือหลงโหยวคงจะต้องขอคำชี้แนะจากเพลงกระบี่ราชสีห์ทองคำของท่าน!”เมื่อกล่าวดังนั้น ศิษยานุศิษย์จำนวนสิบคนของจางยู่หมิ่นก็พากันกระจายตัวเข้าล้อมรอบคนของสำนักเซียนทองคำให้อยู่กลางวงจางยู่หมิ่นผู้นี้กรีดร้องออกมาอย่างแปลกประหลาด ร่างทั้งร่างของเขาเหมือนกับนกสีดำขนาด