อาไว้ มองมู่หว่านชิวที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วยความตะลึง“ไม่ใช่เช่นนั้น เธอได้ตายไปแล้ว…”หลัวเต๋อเตือนฉินเฉา “ข้าสัมผัสได้ถึงพลังชีวิตที่มีอยู่เพียงน้อยนิด… สถานะของเธอในตอนนี้คงจะเป็นการฟื้นคืนชีพ”“วิชาของนิกายเหยียนลั่วน่ากลัวจริง ๆ”ฉินเฉาจับกระบี่หยินหยางราชันย์มารเอาไว้มั่น “งั้นฉันก็จะฆ่าเธออีกครั้ง!”เมื่อพูดดังนั้นกระบี่ของฉินเฉาก็เปล่งแสงสีดำออกมา“ขออภัย วันนี้ข้าไม่อยากเล่นกับเจ้าแล้ว พวกเราจะต้องพบกันอีกครั้งอย่างแน่นอน และเมื่อเวลานั้นมาถึงมันจะเป็นเวลาตายของเจ้า”กุนซือหัวเราะเยาะออกมา ก่อนที่จะวาดแขนโอบรอบเอวของมู่หว่านชิว ในขณะที่อีกมือหนึ่งก็หยิบขลุ่ยของเธอขึ้นมาและจรดที่ริมฝีปากเสียงขลุ่ยที่โหยหวนดังขึ้น จากนั้นฉินเฉาก็สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่พุ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็วแม่นางเจินที่อยู่ด้านหลังแปลกไปจากเดิม เธอจ้องฉินเฉาด้วยดวงตาสีแดงก˹าและพุ่งเข้ามาหาเขาทันที“โอม!”ฉินเฉารีบวาดสัญลักษณ์พุทธะและผลักร่างของแม่นางเจินออกไปแต่แล้ววิญญาณกว่าพันดวงก็พากันกรูเข้ามาภายในสุสานแห่งนี้วิญญาณทุกดวงล้วนแล้วแต่เป็นชนพื้นเมืองในสุสานแต่เดิมแล้วพวกเขาต่างก็มีนิสัยขี้อาย แต่ตอนนี้ดวงตาของวิญญาณทุกดวงกลับกลายเป็นสีแดงก˹า แปรเปลี่ยนเป็นวิญญาณร้ายและพุ่งเข้าไปหาฉินเฉา“นั่นมันขลุ่ยเรียกวิญญาณ!”ฉินเฉาหยิบระฆังหยินหยางออกมาและโยนขึ้นไปบนอากาศ เขาส่งพลังลมปราณเข้าไปควบคุมระฆังให้สั่นไหวแกร๊ง